รถม้าเพิ่งเลี้ยวเข้าสู่ตรอก เซี่ยจิ้งซูก็อดแหวกม่านรถขึ้นเล็กน้อยไม่ได้ น้องสาวอย่างซือเจินกับชิงเฟิงอาศัยอยู่ในเมืองหลวงมาหลายปี ระหว่างทางจึงเล่าเรื่องจวนเซี่ยให้นางฟังไม่น้อย แม้จวนจะไม่ใช่คฤหาสน์ชั้นเลิศที่สุดในเมืองหลวง แต่ก็เป็นแบบแผนของตระกูลมีหน้ามีตา ทั้งยังเป็นพระราชทานจากฮ่องเต้องค์ก่อน ภายในตกแต่งอย่างประณีตงดงาม เรื่องเหล่านี้ทำให้นางใคร่รู้อยู่หลายส่วน
แต่เมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ทาสีชาด นางก็ยังตะลึงงัน
“นี่คือบ้านของเราหรือ?” นางเอ่ยถามเอ้อหยาเสียงเบา บนขื่อประตูมีอักษรสองคำว่า “จวนเซี่ย” ลายเส้นหนักแน่นทรงพลัง แม้จะมีฝุ่นบาง ๆ ปกคลุม แต่ก็ยังไม่อาจบดบังบรรยากาศเคร่งขรึมได้ เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปแล้วอ้อมกำแพงบังตา สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือลานกลางบ้านทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ปูด้วยแผ่นศิลาสีเขียวเรียบเสมอกัน
“ใช่แล้ว” เซี่ยซือเจินพยักหน้า นางเข้าใจความตกตะลึงของพี่สาวในยามนี้ได้ เพราะคราวแรกที่ติดตามชิงเฟิงมาที่จวนแห่งนี้ นางเองก็ตะลึงอยู่นานเช่นกัน ทว่าครั้งนี้เมื่อกลับมา นางกลับรู้สึกตรงกันข้ามกับพี่สาว พอมองเห็นฝุ่นจับอยู่ทั่วจวนก็พลันห่อเหี่ยวใจ
ต้องทำความสะอาดถึงเมื่อไรกันเนี่ย!
เซี่ยจิ้งซูอดกวาดตามองไปรอบ ๆ ไม่ได้ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ “ใหญ่โตโอ่อ่ายิ่งกว่าร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอเสียอีก”
“พี่สาว ห้องนั้นให้ท่านกับชิงชิงอยู่” เซี่ยซือเจินชี้ไปยังห้องทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ “ก่อนหน้านี้ชิงเฟิงเตรียมไว้ให้ครอบครัวของพี่สาวโดยเฉพาะ ข้างในยังมีม้าไม้ที่ซื้อให้ชิงชิงด้วย” ตอนนั้นพวกนางคิดว่าหากพี่สาวกับคนอื่น ๆ มาเที่ยวเมืองหลวง จะได้พักที่นี่
