เซียวคังหยวนนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรอันสูงตระหง่าน สีหน้าเคร่งขรึม เหล่าขุนนางเบื้องล่างกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดถึงข้อเสนอของแคว้นจินเหมิง
คราวนี้แคว้นจินเหมิงเสนอว่า ขอเพียงราชวงศ์เซิ่งหยวนส่งเซี่ยชิงเฟิงไปให้ พวกเขาก็ยินดีลงนามในสัญญาสงบศึกและยุติไฟสงครามตลอดไป อีกทั้งยังรับปากจะมอบเงินแท่งหนึ่งล้านตำลึง ม้าศึกเจ็ดพันตัว และเสบียงอีกนับไม่ถ้วน มากพอจะกองจนเต็มยุ้งฉางหลายแห่ง เพื่อแสดงความจริงใจ เมื่อทำสัญญากันแล้วพวกเขาจะขนส่งทรัพย์สินครึ่งหนึ่งมาถึงก่อน ส่วนที่เหลือจะส่งมอบหลังจากเซี่ยชิงเฟิงเดินทางไปถึงแคว้นจินเหมิง
หลินเม่าเต๋อ อัครเสนาบดี ยืนขึ้นเป็นคนแรก เขาประสานมือ สีหน้าเปี่ยมความจริงใจ ก่อนกล่าวว่า “ฝ่าบาท เงื่อนไขที่แคว้นจินเหมิงเสนอคราวนี้นับว่าเอื้อประโยชน์ยิ่ง หากทรงตอบรับ ราชวงศ์ของเรานอกจากจะได้รับทรัพย์สินจำนวนมหาศาลแล้ว ชาวบ้านตามชายแดนยังจะพ้นจากภัยสงครามด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“เซี่ยชิงเฟิงเพียงคนเดียวกลับแลกกับสันติสุขได้ถึงเพียงนี้ นับเป็นโอกาสอันประเสริฐที่สวรรค์ประทานมา ขอฝ่าบาททรงวินิจฉัยพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อสิ้นคำ ขุนนางหลายคนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย
หลี่จิ่งจ้าน อัครเสนาบดีรอง สีหน้าเคร่งขรึม เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าวแล้วกล่าวเสียงดังว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าคำพูดของอัครเสนาบดีหลินไม่ถูกต้อง ความทะเยอทะยานเยี่ยงหมาป่าของแคว้นจินเหมิงนั้นเป็นที่รู้กันทั่ว เมื่อก่อนพวกเขายังฉีกสัญญาพันธมิตรได้ตามใจ คราวนี้จะเชื่อคำพูดของพวกเขาง่าย ๆ ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
“อีกอย่าง เซี่ยชิงเฟิงสร้างความชอบไว้มากมายในแนวหน้า หากส่งมอบเขาให้ผู้อื่นโดยง่าย ย่อมทำให้เหล่าทหารหาญผิดหวัง ต่อไปยังจะมีผู้ใดยอมสละชีวิตรับใช้ราชสำนักอีกพ่ะย่ะค่ะ”
