“จริงด้วย ต้องยกให้กั๋วเอ๋อร์บ้านเราเป็นคนมีความรู้ เรียนหนังสือมาแล้ว แม้แต่ด่าคนยังเก่งกว่าพวกเราเสียอีก” นางจางเอ่ยชมโดยไม่ลังเล
เซี่ยชิงเฟิงเหงื่อตก ก็แค่กลอนเสียดสีบทหนึ่งเท่านั้น
หลินเหนียงกลับมาจากห้องของต้าหยา สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล นางส่ายหน้า “ต้าหยาบอกว่าไม่อยากอาหาร พวกเรากินกันก่อนเถิด”
“คืนนี้ข้าจะนอนกับท่านย่าและท่านอาสะใภ้” เอ้อหยาคีบกับข้าวเข้าปาก พลางเปิดโอกาสให้พี่สาวได้อยู่ตามลำพัง นางกับพี่สาวเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก จึงเข้าใจพี่สาวดี พี่สาวของนางเป็นคนมีสติอย่างยิ่ง
คราวที่มารดาจะจากไป นางยังไม่คิดรั้งไว้เลย ผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น คงใช้เวลาไม่นานนักพี่สาวก็จะตั้งหลักได้อีกครั้ง
เตียงเล็กของนางจางคับแคบเกินไปสำหรับคนนอนสามคน เซี่ยชิงเฟิงจึงเอ่ยขึ้น “ไม่อย่างนั้นให้พี่เอ้อหยามานอนกับข้าดีหรือไม่?”
“เหลวไหล!” นางจางกับหลินเหนียงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน “ชายหญิงเมื่ออายุเกินสามขวบไม่ควรร่วมที่นั่ง พวกเจ้าก็โตกันถึงเพียงนี้แล้ว พี่น้องต่างเพศยังนอนห้องเดียวกัน หากแพร่งพรายออกไปจะเหมาะสมได้อย่างไร!”
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนที่แท้จริงของกั๋วเอ๋อร์คือเด็กหญิง หากเอ้อหยาพบเข้าโดยบังเอิญตอนหลับจะทำอย่างไร? ยิ่งมีคนรู้มาก ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
เซี่ยชิงเฟิงจนปัญญา จึงเสนออีกทาง “เช่นนั้นข้านอนบนพื้น ส่วนพี่เอ้อหยานอนบนเตียงดีหรือไม่?”
“ไม่ได้ ๆ” คราวนี้เอ้อหยาไม่เห็นด้วย “กั๋วเอ๋อร์ อีกครึ่งปีก็จะสอบระดับอำเภอแล้ว หากนอนบนพื้นจนเป็นหวัดขึ้นมาจะทำอย่างไร? ข้าไปเบียดนอนกับท่านย่าและท่านอาสะใภ้ดีกว่า”
