ข่าวพ่อบ้านจางเปลี่ยนบ่าวรับใช้แพร่ไปถึงหูเจิงหว่านหรงอย่างรวดเร็ว นางถึงกับไปถามพ่อบ้านจางด้วยตนเองว่าเหตุใดจึงทำเช่นนั้น
ใครจะคิดว่าพ่อบ้านจางกลับปิดปากเงียบราวกับน้ำเต้าที่ถูกเลื่อยปาก ไม่ยอมเผยความแม้แต่น้อย ทั้งยังกลับไปเป็นเหมือนก่อนที่คุณชายเจียจะสอบได้ตำแหน่งทั่นฮวา
แม้ยามนี้นางจะมีอำนาจดูแลจวนอยู่ในมือ ทว่าพ่อบ้านจางเป็นคนของบิดาสามี หากเขายืนกรานไม่ไว้หน้านาง สตรีในเรือนอย่างนางก็จนปัญญา
ชวนให้โมโหจนแทบสิ้นใจ!
บ่าวรับใช้เหล่านั้นล้วนเป็นคนที่นางคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน แต่กลับถูกพ่อบ้านจางขายทิ้งเช่นนี้ แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?
เจิงหว่านหรงจงใจนั่งรอหลินซู่กลับจากที่ทำงานอยู่ในโถง เพื่อร่ำไห้ฟ้องเขา หวังให้เขาไปถามพ่อบ้านจางเอาความ
ผู้ใดจะรู้ว่าหลินซู่กลับไม่เข้าข้างนางในเรื่องนี้ “พอเถิด พ่อบ้านจางทำเช่นนั้นย่อมมีเหตุผล เขาเห็นข้าเติบโตมาตั้งแต่เล็ก ไม่มีทางคิดร้ายต่อพวกเราหรอก”
“ยิ่งไปกว่านั้น ยามนี้คุณชายเจียของเราคือความภาคภูมิใจของคนทั้งจวน พ่อบ้านจางมิใช่คนเลอะเลือน”
หลินซู่คิดว่าแม้เจิงหว่านหรงจะอบรมบุตรหลานได้ดี แต่กลับใจแคบไปสักหน่อย เอาแต่จับจ้องเรื่องในจวนอยู่ทุกวัน หากผู้อื่นใช้เงินส่วนกลางไปมากกว่าคนอื่น นางก็ต้องหาทางใช้เงินคืนให้เท่ากัน
บ่าวไม่กี่คนนั้นถูกขายไปก็ช่างเถิด จะได้ไม่ต้องเห็นนางก่อเรื่องในเรื่องนี้อยู่ทุกวัน
เมื่อเห็นว่าสามีไม่ใส่ใจเลยสักนิด เจิงหว่านหรงก็กัดฟันกล่าวว่า “ข้ารู้แล้วว่าทำไมพ่อบ้านจางถึงขายบ่าวที่ข้าพาเข้ามาโดยไม่มีเหตุผล ต้องเป็นเพราะหลินจิงเกิ้งพูดแน่! พวกบ่าวเฝ้าประตูล้วนถูกเปลี่ยนไปหมดแล้ว!”
