หลังเซี่ยชิงเฟิงกล่าวจบ สายตาที่เซี่ยเจิ้งมองเขาก็พลันคมกริบขึ้นมา อีกฝ่ายไม่เอ่ยวาจา บรรยากาศจึงแข็งค้างขึ้นฉับพลัน
ครู่หนึ่ง เซี่ยเจิ้งก็หัวเราะเสียงดัง เคราดกหนาสั่นไหวตามเสียงหัวเราะ ในดวงตาไม่เหลือความขุ่นข้องและสิ้นหวังที่เคยมีอีกต่อไป แทนที่ด้วยความปลอดโปร่ง
ราวกับความอัดอั้นที่ไม่ได้รับการยอมรับมาหลายปีมลายหายไปกับเสียงหัวเราะนี้ “ดี! ดีเสียจริง ผู้รับผิดชอบย่อมอยู่ในเหตุการณ์ จึงลืมคำนึงถึงได้เสียได้!”
เมื่อหัวเราะจบ เซี่ยเจิ้งก็หันกลับไปยังห้องหนังสือ หยิบแบบฝึกคัดอักษรมาให้อีกเล่มหนึ่ง
แบบฝึกคัดอักษรเล่มนี้ไม่ใช่ของราคาถูก หากซื้อจากข้างนอกต้องใช้เงินถึงเจ็ดแปดตำลึง! เซี่ยชิงเฟิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ท่านอาจารย์ ไม่ได้ขอรับ ของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป”
“รับไป!” เซี่ยเจิ้งทำหน้าขึงขัง ยัดแบบฝึกลงในอ้อมแขนของเซี่ยชิงเฟิง “หากเจ้าไม่รับ ก็เท่ากับขัดคำสั่งอาจารย์! วันหยุดคราวนี้กลับไปฝึกอักษรไก่เขี่ยของเจ้าเสีย ดูไม่ได้เอาเสียเลย”
“เช่นนั้น...ขอบคุณท่านอาจารย์ขอรับ!” มุมปากของเซี่ยชิงเฟิงยกขึ้นจนเห็นรอยยิ้มชัดเจน แก้มขาวนวลเผยความไร้เดียงสาอยู่บ้าง
นับเป็นครั้งแรกในระยะเวลาที่เซี่ยเจิ้งสอนเซี่ยชิงเฟิง ที่ได้เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีเหมือนเด็กเช่นนี้ เขากลั้นยิ้มไว้ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เข้มงวด
เซี่ยชิงเฟิงกอดแบบฝึกคัดอักษรเดินออกจากบ้านเซี่ยเจิ้งไปแล้ว มุมปากที่ยกขึ้นก็ยังไม่ลดลง ที่จริงแล้วไม่ใช่เพราะเซี่ยเจิ้งมอบแบบฝึกให้เล่มหนึ่ง หากเป็นเพราะเมื่อครู่เขาสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เซี่ยเจิ้งมีต่อเขาซึ่งเปลี่ยนไป
