พอคำพูดนี้หลุดออกมา ท้องนาก็พลันอื้ออึงขึ้นมา
“สวรรค์!” จอบในมือสุ่ยเซิงร่วงลงพื้นดังเคร้ง ปากอ้ากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “เด็กชิงเฟิงเติบใหญ่ได้ดีถึงเพียงนี้เชียว! ตั้งแต่เล็กก็เห็นว่าเขาฉลาดเฉลียวจริงดังที่คิดไว้ไม่มีผิด!”
“นั่นสิ นั่นสิ” ภรรยาของสุ่ยเซิงกล่าวคล้อยตามอยู่ข้าง ๆ ดวงตาเปี่ยมด้วยความอิจฉา “หมู่บ้านห่างไกลกันดารเช่นเรา กลับมีจ้วงหยวนถือกำเนิดขึ้นมา ต่อไปหมู่บ้านของเราคงพลอยได้รัศมีไปด้วย!”
ทุกคนพากันพยักหน้า ใบหน้าแสดงความชื่นชมและประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
มีคนในท้องนาเริ่มกระซิบกระซาบกัน “พวกเจ้าว่าเหตุใดชิงเฟิงถึงเก่งกาจเพียงนี้กัน? บรรพชนบ้านเขาคงมีควันเขียวพวยพุ่งจากหลุมศพเป็นแน่!”
คำพูดนี้เรียกเสียงเห็นพ้องจากทุกคนได้ในทันที
“ข้าว่าเรื่องฮวงจุ้ยก็อาจเป็นไปได้ ตอนที่ชิงเฟิงยังเล็กแล้วสอบได้ถงเซิง ข้าก็เคยพูดไว้แล้วว่า บุตรชายสองคนของนางจางที่ตายไปถูกฝังไว้ในทำเลดี”
“ไม่อย่างนั้นสมัยก่อนนางจางเคราะห์ร้ายถึงเพียงนั้น ทั้งสามีตาย ทั้งลูกชายตาย แล้วเหตุใดถึงได้เทพแห่งวรรณศิลป์มาจุติเล่า?!”
ชาวบ้านสูงวัยคนหนึ่งในนาเอ่ยอย่างจริงจัง “ทำเลตรงนั้นมีทั้งภูเขาและสายน้ำ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฮวงจุ้ยอันเป็นมงคล ความสำเร็จที่ชิงเฟิงมีในวันนี้ ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพราะบรรพชนคุ้มครอง จึงพลอยได้อานิสงส์จากฮวงจุ้ยตรงนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราควรย้ายหลุมศพบรรพชนไปไว้แถวนั้นหรือไม่? บางทีอาจได้อานิสงส์จากฮวงจุ้ยบ้าง ต่อไปบ้านเราก็อาจมีคนใหญ่คนโตเกิดขึ้นสักคน” ชายหนุ่มคนหนึ่งตาเป็นประกาย เสนอขึ้นอย่างตื่นเต้น
