“ดี!” เวินอวี้เฉิงเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ “สวรรค์คุ้มครองราชวงศ์เซิ่งหยวนของเรา!” น้ำเสียงของเขาเปี่ยมด้วยความตื่นเต้นและฮึกเหิม
เขาก้าวฉับ ๆ ไปหยุดตรงหน้าเซี่ยชิงเฟิง แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและยินดี “ใต้เท้าเซี่ย ความชอบอันยิ่งใหญ่ที่ท่านสร้างไว้ในครานี้ เพียงพอให้จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์! ข้าจะกราบทูลฝ่าบาทถึงความดีความชอบของท่านอย่างเต็มที่ ให้ฝ่าบาททรงทราบถึงผลงานอันยิ่งใหญ่เช่นนี้!”
“ขอพระราชทานบำเหน็จความชอบให้ท่าน!”
“ขอบพระคุณท่านโหว!” เซี่ยชิงเฟิงไม่ได้แสร้งปฏิเสธ เขาเองก็รู้สึกว่าครานี้ตนเท่สุด ๆ
ที่จริงหลายวันมานี้เขาก็ลังเลอยู่เหมือนกัน ว่าควรลงมือหรือไม่
หากเขาลอบเข้าไปโดยไม่ทำอะไร เพียงแค่ไปดูค่ายของพวกนั้น ความเสี่ยงย่อมน้อยกว่ามาก แต่หากต้องไปเผาเสบียงและตัดหัวศัตรู ความเสี่ยงก็สูงขึ้นไม่น้อย
เพียงพลาดพลั้งเล็กน้อย ชีวิตเขาอาจจบลงตรงนั้น ที่จริงแล้วเขามั่นใจเพียงแปดส่วนเท่านั้น
เซี่ยชิงเฟิงลังเลอยู่ตลอด คอยวางแผนความเป็นไปได้ของแผนการในหัว ด้านหนึ่งก็บอกตัวเองว่าหากล้มเหลวคงไม่มีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีก อีกด้านกลับแย้งว่า จูกัดเหลียงใช้กลศึกเมืองว่างเปล่า ทั้งที่ไร้ทหารในมือ ยังกล้าเปิดประตูเมืองกรีดพิณขับไล่ข้าศึก ท่านจูกัดเองก็คงไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยเช่นกัน
ในสนามรบ หากมั่นใจได้สักหกส่วนก็คุ้มที่จะเสี่ยงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีโอกาสชนะถึงแปดส่วน
แม้เซี่ยชิงเฟิงจะมีความสามารถไม่เท่าท่านอู่โหว แต่ก็ไม่อาจขลาดกลัวจนถอยหนี
ขณะที่เขากำลังลังเลอยู่บ้าง ขุยหานรื่อก็ประจวบเหมาะมอบข้ออ้างให้เขาลงมือ
