เขาถามหยั่งเชิงว่า “เช่นนั้น...เราระดมแรงงานเกณฑ์ดีหรือไม่?” อย่างไรเสียสิ่งตอบแทนก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่ใช้ชื่อเรียกต่างกันเท่านั้น
“ไม่ได้” เซี่ยชิงเฟิงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
มองผิวเผินแล้วสิ่งตอบแทนดูเหมือนจะเท่ากัน ทว่าในความเป็นจริง การรับสมัครแรงงานกับการเกณฑ์แรงงานนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว การเกณฑ์แรงงานหมายถึงการบังคับ ทางการสามารถจัดสรรแรงงานของพวกเขาได้ตามใจ ส่วนการรับสมัครแรงงานเป็นไปโดยสมัครใจ หมายความว่าพวกเขามีสิทธิ์เลือกว่าจะเข้าร่วมหรือไม่
ประกาศคำสั่งเช่นนี้ออกไปมิใช่เรื่องเล่น ๆ
สำหรับครอบครัวชาวนาทั่วไป คำว่าเกณฑ์แรงงานเปรียบดังดาบประหารที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ ชีวิตของพวกเขาต้องผูกไว้กับเชือกฟางในมือทางการ
การเกณฑ์แรงงานหมายถึงความทุกข์ยากและเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังอาจต้องเอาชีวิตเข้าแลก
หากในบ้านมีพี่น้องชายสองสามคน ก็มักทะเลาะกันจนแทบพลิกหลังคาเพราะแย่งกันว่าใครจะไปทำงานเกณฑ์ พี่ใหญ่จะกล่าวว่า “ปีก่อนเป็นข้าที่แบกงานซ่อมกำแพงเมือง” ส่วนคนรองก็จะด่าว่า “คราวก่อนหน้านั้นเป็นข้าที่ไป ตอนเจ้าแอบอยู่ในครัวทำทีว่าป่วย เหตุใดไม่พูดเรื่องนี้เล่า”
ไม่มีผู้ใดอยากไปทำงาน ต่างก็หวังว่าจะได้รอทำงานเกณฑ์ครั้งหน้าที่เบากว่านี้
แต่เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่เซี่ยชิงเฟิงกังวลเป็นหลัก สิ่งที่เขาคิดถึงมากกว่าคือเหล่าเสมียนชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการ
เซี่ยชิงเฟิงเห็นว่าคนเหล่านี้ซึ่งหยั่งรากอยู่ในระดับล่างเป็น “เจ้าถิ่น” ที่รับมือยากที่สุด หากเปิดทางให้เกณฑ์แรงงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นไม้กระบองสำหรับรีดเลือดรีดเนื้อให้พวกเขา
