นางจางเห็นหลานชายสุดที่รักนอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจ ก็แทบเป็นลม “เร็วเข้า!!!! หลินเหนียง รีบไปเชิญหมอแซ่กัวมาช่วยชีวิตเขา!”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” หลินเหนียงหยิกต้นขาตนเอง พยายามข่มใจให้สงบ ยามนี้นางจะลนลานไม่ได้เด็ดขาด
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเซี่ยชิงเฟิงแดงระเรื่อ ศีรษะน้อย ๆ เอียงไปด้านข้างอย่างไร้เรี่ยวแรง มือเล็กห้อยตกอยู่ข้างตัว ไม่ตอบสนองต่อเสียงร้องเรียกของคนรอบข้าง ราวกับวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว
นางจางกัดฟัน หยิกจุดกึ่งกลางใต้จมูกของเซี่ยชิงเฟิงอย่างแรง ผิวขาวอมชมพูพลันปรากฏรอยแดงช้ำ เมื่อเห็นลมหายใจของหลานชายรวยรินลงทุกที นางจางก็ร้อนใจจนแทบขาดใจ
หลินเหนียงพาหมอแซ่กัวมาถึงอย่างเร่งร้อน
ยังไม่ทันก้าวเข้าประตู นางจางก็ทรุดเข่าลงทันที “หมอแซ่กัว ขอร้องท่านช่วยหลานชายข้าด้วย ท่านต้องการสิ่งใด ข้าจะมอบให้ทั้งสิ้น”
หมอแซ่กัวตกใจ รีบกล่าวว่าตนรับไว้ไม่ไหว “ได้ ๆ ข้าจะพยายามให้สุดความสามารถ”
หมอแซ่กัวเข้าไปช่วยรักษาด้านใน ส่วนนางจางกับหลินเหนียงและคนอื่น ๆ รออยู่ข้างนอก หลังฟังเอ้อหยาเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ นางจางก็แค้นจนกัดฟันกรอด
หลี่ต้าจวนคนนี้ช่างนัก!
นางยังเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าแก่ จึงมอบเงินให้อีกฝ่ายถึงแปดตำลึง! ใครจะคิดว่าหญิงผู้นี้จะใจเหี้ยมถึงเพียงนี้ คิดจะทำให้ตระกูลเซี่ยสิ้นทายาทหรือ?!
กล้ากำเริบเสิบสาน ทำร้ายเด็กของบ้านข้าเช่นนี้ แค้นนี้ข้าจดจำไว้แล้ว!
หากกั๋วเอ๋อร์เป็นอะไรไปแม้แต่น้อย นางจะให้คนทั้งตระกูลหลี่ชดใช้หนี้เลือด!
