เมื่อแม่ทัพนูฮาชื่อซือแห่งแคว้นจินเหมิงเห็นว่ากองทหารชั้นยอดของราชวงศ์เซิ่งหยวนซึ่งคุ้มกันเสบียงกลับไม่คิดต่อต้าน ทิ้งเสบียงแล้วหนีไป เขาก็ชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วสนามรบอันเวิ้งว้าง บาดหูยิ่งนัก ราวกับจะทะลุขึ้นไปถึงฟากฟ้า
“ฮ่า ๆ ๆ ดูพวกขี้ขลาดแห่งราชวงศ์เซิ่งหยวนพวกนี้สิ! วัน ๆ เอาแต่โอ้อวดว่ากล้าหาญชาญศึกเพียงใด ยามนี้กลับกลัวจนทิ้งหมวกเกราะและอาวุธ แม้แต่เสบียงยังไม่เอา ช่างเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวเสียจริง!” นูฮาชื่อซือหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พลางโบกดาบยาวในมือชี้ไปทางที่กองทัพราชวงศ์เซิ่งหยวนล่าถอย ใบหน้าเต็มไปด้วยแววเยาะเย้ย
“ข้าพูดไว้นานแล้วว่าคนของราชวงศ์เซิ่งหยวนพวกนั้นดีแต่เปลือก ทหารของพวกเขาเปราะบางราวกับทำจากกระดาษ จะทนแรงปะทะของเหล่านักรบจินเหมิงของเราได้อย่างไร? เสบียงกองนี้ตกมาอยู่ในมือเราอย่างง่ายดาย ช่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ”
แม่ทัพที่ยืนข้างกายพยักหน้าคล้อยตาม ก่อนตะโกนก้องไปยังเหล่าทหารเบื้องหลัง “เหล่านักรบทั้งหลาย นี่คือกำลังของราชวงศ์เซิ่งหยวน พวกเขาอ่อนแอจนต้านเราไม่ได้! กองทหารม้าเหล็กแห่งแคว้นจินเหมิงของเราย่ำไปถึงที่ใด ย่อมกวาดล้างทุกอุปสรรค พิชิตใต้หล้าให้จงได้!”
เหล่าทหารพากันขานรับ ส่งเสียงโห่ร้องสนั่นหวั่นไหว อาวุธในมือกระทบโล่ดังปัง ๆ
“พอแล้ว เบาเสียงลงหน่อย อย่าให้ทหารรักษาชายแดนของราชวงศ์เซิ่งหยวนรู้ตัว” นูฮาชื่อซือกวาดตามองเสบียงที่ยึดมาได้ ดวงตาวาววับด้วยความละโมบ “เสบียงเหล่านี้พอให้กองทัพของเราประทังไปได้อีกนาน เมื่อมีมัน กองทหารม้าเหล็กของเราก็ยิ่งไร้ผู้ต้าน”
