เมื่อเห็นเปลวไฟมอดลง เฉินเชียนฮู่ก็ตัดสินใจในทันที สั่งให้คนด้านล่างดึงผ้าเคลือบน้ำมันกันน้ำที่อยู่สองข้างรถเสบียงขึ้นมาคลุม เสบียงชั้นบนเปียกสักหน่อยไม่เป็นไร ขอเพียงชั้นล่างยังอยู่ก็พอ
เสบียงเปียกฝนก็ยุ่งยากเช่นกัน
เหล่าทหารขานรับอย่างรวดเร็ว แบ่งกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละหลายคนแล้วพุ่งไปยังรถเสบียง พวกเขาคล่องแคล่วว่องไว แก้เชือกที่มัดผ้ากันน้ำออก ก่อนช่วยกันกระชากผ้าผืนหนาลงมาอย่างแรง
“เอาก้อนหินทับไว้ ยึดผ้ากันน้ำให้แน่น!” เฉินเชียนฮู่สั่งการต่อ ทว่าเมื่อกล่าวประโยคนี้ออกมา เขากลับชะงักงันไปเอง
ก่อนออกเดินทาง ใต้เท้าเซี่ยต้าเคยกำชับเขาว่าอย่าลืมเอาหินทับผ้ากันน้ำไว้ ตอนนั้นเขารู้สึกว่าคำพูดของใต้เท้าเซี่ยต้าไร้ที่มาที่ไป จึงคิดว่าอีกฝ่ายคงกลัวเสบียงจะกระจัดกระจาย ถึงได้พูดเช่นนั้น
ยามนั้นเขายังคิดว่าขุนนางบุ๋นคงไม่เคยต้องลงมือทำงานหนัก
เสบียงมัดแน่นหนาเพียงนี้ จะกระจัดกระจายได้อย่างไร? มีเพียงยามฝนตกเท่านั้นจึงจะใช้ผ้ากันน้ำ
ใช่แล้ว!
มีเพียงยามฝนตกเท่านั้นจึงจะได้ใช้ผ้ากันน้ำ
มีเพียงยามฝนตกเท่านั้นจึงจะได้ใช้ผ้ากันน้ำ!
ใต้เท้าเซี่ยต้าเก่งกาจราวกับเทพจริง ๆ!
เมื่อเฉินเชียนฮู่นึกถึงตรงนี้ หนังศีรษะก็พลันชาวาบ ราวกับมีกระแสไฟแล่นจากกระดูกสันหลังพุ่งขึ้นสู่ศีรษะ
ใต้เท้าเซี่ยต้ารู้ได้อย่างไรว่าวันนี้ฝนจะตก? นี่ก็ผ่านไปสิบวันแล้วนับจากวันที่พวกเขาแยกจากกัน! ยิ่งกว่านั้นเมื่อสองชั่วยามก่อน แสงแดดยังร้อนอบอ้าวอยู่เลย
ทุกย่างก้าวราวกับอยู่ในแผนการของเซี่ยชิงเฟิงทั้งสิ้น
