เมื่อหนังสือด่วนที่เปียกชุ่มด้วยสายฝนร่วงลงบนโต๊ะทำงานในที่ว่าการเมืองหลินผิง ทั้งห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงันอันชวนอึดอัด
“พื้นที่ทั่วทั้งจวนจินถังถูกน้ำท่วม ที่ว่าการพังถล่ม เจ้าเมืองเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีผู้ใดรอดชีวิต” อักษรบนหนังสือถูกน้ำฝนชะจนบิดเบี้ยว ทว่ากลับทิ่มแทงหัวใจของทุกคนในที่นั้นราวกับเข็มเหล็ก
ลูกกระเดือกของจ้าวชีอีขยับขึ้นลง เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มือก็ลูบคลำที่วางแขนเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว
เมืองหลินผิงตั้งอยู่ปลายน้ำของจวนจินถังพอดี หากไม่ใช่เพราะใต้เท้าเซี่ยยืนกรานด้วยเหตุผลหนักแน่น ไม่ยอมย้ายปูนซีเมนต์ไปที่อื่น และยืนยันให้ซ่อมคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออกจนเสร็จ เกรงว่า...
วันนี้ของจวนจินถังคงเป็นวันพรุ่งนี้ของเมืองหลินผิงไปแล้ว
เมื่อเห็นสภาพน่าเวทนาของจวนจินถัง จ้าวชีอีจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเบื้องหลังความดื้อรั้นของเซี่ยชิงเฟิงซ่อนวิสัยทัศน์กว้างไกลเพียงใด
เขาหันไปมองที่นั่งประธาน เซี่ยชิงเฟิงกำลังเพ่งมองแผนที่บนผนัง สายน้ำฝนหยดจากชายชุดขุนนาง แต่เขากลับไม่รู้สึกตัว
ช่วงนี้ใต้เท้าเซี่ยผ่ายผอมลงทุกวัน รูปร่างใต้ชุดขุนนางดูราวกับจะถูกพายุด้านนอกพัดปลิวไปได้ทุกเมื่อ ทว่าแผ่นหลังที่ตั้งตรงของเขากลับทำให้ผู้คนรู้สึกอุ่นใจยิ่งกว่าครั้งไหน
“หากไม่ใช่เพราะคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออก...” ไม่รู้ว่าใครพึมพำขึ้นมา ทุกคนต่างมีแววหวาดหวั่นปะปนด้วยความรู้สึกว่าเพิ่งรอดพ้นภัยพิบัติ แท้จริงแล้ว หากไม่ใช่เพราะใต้เท้าเซี่ยมองการณ์ไกลและยืนกรานให้เสริมความแข็งแรงแก่ลำน้ำกับซ่อมคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออก พวกเขาคงตายกันหมด
พวกเขาจะไม่คัดค้านการตัดสินใจของใต้เท้าเซี่ยอีกแล้ว!
