เสียงกีบม้ากับเสียงล้อรถบดกลิ้งประสานกัน ฝุ่นควันฟุ้งตลบไปตลอดทาง
ระหว่างการขนส่งครานี้ ทั้งสามคนคอยดูแลช่วยเหลือกัน จึงเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น “ใต้เท้าเซี่ย ดื่มน้ำหรือไม่?” โจวหลางจงยื่นกระบอกน้ำให้เซี่ยชิงเฟิง
“ไม่ต้อง ขอบคุณ” เซี่ยชิงเฟิงหยิบเนื้อหมูแห้งที่ท่านย่าทำจากห่อสัมภาระ แบ่งให้ทั้งสองคน “ลองชิมฝีมือที่บ้านข้าดูสิ ก่อนออกเดินทางท่านย่าตั้งใจเตรียมไว้ให้ บอกว่ากินระหว่างทางจะช่วยให้อิ่มท้อง”
ซุนหลางจงรับเนื้อหมูแห้งไปกัดคำหนึ่ง ดวงตาพลันเป็นประกาย ก่อนเอ่ยชม “เนื้อหมูแห้งนี่เหนียวนุ่ม เค็มหอมกลมกล่อม ใต้เท้าเซี่ย ฝีมือท่านย่าของท่านยอดเยี่ยมจริง ๆ!” โจวหลางจงเองก็พยักหน้าคล้อยตาม
ทั้งสามกินเนื้อหมูแห้งพลางสนทนากันไปเรื่อย ๆ
โจวหลางจงทอดถอนใจ “การคุ้มกันเสบียงครานี้ เส้นทางลำบากเกินกว่าที่คิดไว้มาก หากมิใช่ใต้เท้าเซี่ยคอยนำของอร่อยออกมาให้กินเป็นครั้งคราว และยังมีขิงแผ่นของซุนหลางจง กระดูกแก่ ๆ ของข้าคงทนไม่ไหวไปนานแล้ว”
เซี่ยชิงเฟิงรีบโบกมือ กล่าวอย่างถ่อมตน “โจวหลางจงกล่าวเกินไปแล้ว ทุกคนต่างทุ่มเทเพื่อศึกของราชสำนัก”
“เอ๊ะ—” โจวหลางจงยังกล่าวไม่ทันจบ ม่านรถก็ถูกเลิกขึ้น ทหารนายหนึ่งยื่นศีรษะเข้ามา สีหน้าแสดงความเคารพขณะกล่าวกับเซี่ยชิงเฟิง “ใต้เท้าเซี่ย ขอเชิญท่านไปยังรถม้าคันกลาง ใต้เท้าเฉาต๋อฟาง รองเจ้ากรมควบคุมเสบียงขั้นสาม เรียกพบขอรับ”
โจวหลางจงยกมือโบกเบา ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ไปเถิด ไปเถิด ใต้เท้าเซี่ย ใต้เท้าเฉาเป็นคนอัธยาศัยดี เข้าหาง่าย ป่านนี้คงอยากรู้ว่าจ้วงหยวนคนใหม่ในกองเราหน้าตาเป็นเช่นไร”
