เหลียนอี้จื้อกับหลินจิงเกิ้งกำชับเซี่ยชิงเฟิงถึงข้อควรระวังหลายประการ ระหว่างเดินทางไปส่งเสบียง
หลินจิงเกิ้งพูดพลางล้วงสมุดเล่มเล็กยับย่นออกจากอกเสื้อ แล้วยัดใส่มือเซี่ยชิงเฟิง ก่อนลดเสียงลงกล่าวว่า “ในนี้บันทึกความชอบใจ นิสัยการทำงาน ตลอดจนความดีความชอบและจุดด่างพร้อยในอดีตของผู้บังคับบัญชาของเจ้าไว้อย่างละเอียด เก็บไว้เถิด ยามจำเป็นอาจเป็นประโยชน์ได้”
เซี่ยชิงเฟิงรับสมุดเล่มเล็กมา สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากมัน “ขอบคุณพี่ใหญ่ที่ช่วยเหลือถึงเพียงนี้ ชิงเฟิงจะจดจำไว้”
หลินจิงเกิ้งโบกมือ สีหน้าเคร่งขรึม “ภารกิจส่งเสบียงครานี้สำคัญยิ่ง เกี่ยวพันถึงแพ้ชนะของศึกแนวหน้า ในบรรดาผู้บังคับบัญชาของเจ้า บางคนชอบสร้างผลงาน บางคนโลภทรัพย์ราวกับชีวิต ทุกเรื่องต้องรับมืออย่างระมัดระวัง ตอนส่งมอบเสบียงจงตรวจสอบจำนวนให้ละเอียด อย่าเปิดช่องให้พวกเขาฉวยโอกาสได้”
หลังจากเซี่ยชิงเฟิงอ่านจบก็เผาสมุดเล่มนั้นทิ้ง พี่จิงเกิ้งอุตส่าห์หาความลับของกรมขุนนางมาให้ นางย่อมไม่อาจสร้างความเดือดร้อนให้เขาได้
เหลียนอี้จื้อยังมอบหยกพกให้นาง พร้อมบอกตำแหน่งของกองคาราวานจากตระกูลทางฝ่ายมารดาอย่างละเอียด หากพบเจอกันระหว่างทางก็อาศัยหยกพกชิ้นนี้ขอความช่วยเหลือได้
“แต่ข้ายังไม่อยากให้เจ้าเจอเรื่องใด ขอเพียงส่งเสบียงเสร็จแล้วกลับมาอย่างปลอดภัย” เหลียนอี้จื้อกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เอาละ วางใจเถิด” เซี่ยชิงเฟิงยกมุมปาก ยิ้มอย่างมั่นใจ “พวกเราเดินทางอยู่ด้านหลังแนวหน้า ย่อมทำภารกิจให้สำเร็จอย่างราบรื่นแน่นอน”
เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว เหลียนอี้จื้อกับหลินจิงเกิ้งก็คิดว่าการอยู่ในบ้านเซี่ยชิงเฟิงซึ่งมีสตรีอยู่มากมายเป็นเวลานานคงไม่เหมาะ จึงอดกำชับอีกสองสามประโยคไม่ได้ บอกนางว่าอย่าเข้าใกล้แนวหน้าที่สุดเด็ดขาด เมื่อส่งเสบียงถึงแล้วก็ให้ติดตามกองตรวจเสบียงกลับมา จากนั้นทั้งสองจึงจากไป
