เซี่ยชิงเฟิงขมวดคิ้วแน่น สายตาเลื่อนไปมาระหว่างโจทย์บทความวางแผนทั้งสองข้อ
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มมองเห็นแนวทางอยู่บ้าง โจทย์ทั้งสองข้อนี้ไม่เพียงทดสอบความรู้ของเหล่าผู้เข้าสอบ แต่ยังเป็นการตรวจสอบความอ่อนไหวทางการเมืองของพวกเขาจากเหล่าผู้คุมสอบด้วย
แม้ผู้เข้าสอบทั้งหลายจะอยู่ในราชวงศ์เซิ่งหยวน แต่เรื่องระบบภาษีก็มิใช่สิ่งที่คนในระดับพวกเขาจะเข้าถึงได้ ราชสำนักแทบจะ “ปฏิรูป” กันทุกหนึ่งหรือสองปี เพื่อเสาะหาระบบภาษีที่ดียิ่งขึ้น เว้นเสียแต่ในครอบครัวมีผู้รับราชการ คอยเล่าให้ฟังอยู่เสมอว่าระบบภาษีใหม่เป็นเช่นไร และมีการเปลี่ยนแปลงตรงไหนบ้าง
หากผู้เข้าสอบเป็นบุตรหลานจากครอบครัวยากจนหรือครอบครัวชาวนา โอกาสเดียวที่พวกเขาจะได้สัมผัสเรื่องกฎหมายภาษีก็คือตอนเจ้าหน้าที่เก็บเสบียงมาแจ้งให้ส่งธัญพืช เจ้าหน้าที่เหล่านั้นเองก็ไม่ได้เล่าเรียนมามาก ย่อมไม่มีทางอธิบายให้พวกเขาฟังได้ว่าเหตุใดปีนี้จึงเก็บภาษีสูงขึ้น หรือปีหน้าจึงเก็บภาษีลดลง
พวกเขาเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดคำสั่งจากเบื้องบน คนเบื้องล่างมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น ต้องส่งธัญพืชเท่าใดก็เตรียมให้ครบตามนั้น
ยามเข้าสอบ บัณฑิตและจวี่เหรินจำนวนไม่น้อยมักจนแต้มเมื่อต้องเขียนบทความวางแผน เป็นเพราะขาดความอ่อนไหวทางการเมือง เมื่อเผชิญกับโจทย์จึงไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
ด้วยเหตุนี้ ในราชวงศ์เซิ่งหยวนจึงนิยมให้นักศึกษาออกเดินทางท่องเที่ยวหาความรู้ ยิ่งผ่านประสบการณ์มาก ก็ยิ่งเกิดแรงบันดาลใจ และเขียนเนื้อหาได้มีสาระ
ทว่าเซี่ยชิงเฟิงแตกต่างจากผู้เข้าสอบเหล่านี้ เขามีระบบอยู่ด้วย ซึ่งก็นับเป็นพลังเหนือธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง ภายในระบบมีหนังสือที่รวบรวมบทสรุปการปฏิรูปการเมืองทุกครั้งของราชวงศ์เซิ่งหยวน อีกทั้งยังมีบทสรุปการปฏิรูปการเมืองของราชวงศ์ต่าง ๆ ด้วย
