ทันทีที่ผู้ตรวจการเอ่ยคำว่า “เคลื่อนกำลังทหาร” จางเฟิงก็มั่นใจแล้วว่าเรื่องนี้ต้องสำเร็จ
เรื่องนี้อย่างน้อยก็สำเร็จไปกว่าครึ่ง เขาเตรียมหลักฐานแน่นหนาไว้พร้อมแล้ว รอเพียงให้กองทหารของผู้ตรวจการมาถึงครบ จากนั้นก็จะร่วมมือกันไปจับเซี่ยชิงเฟิง
“มีหลักฐานเหล่านี้อยู่ ต่อให้เซี่ยชิงเฟิงมีปีกก็หนีไม่พ้น!” แววลำพองใจวูบผ่านดวงตาจางเฟิง ฝนห่าเดียวนี้ตกได้ถูกจังหวะนัก จะได้ชะล้างเซี่ยชิงเฟิงให้หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ!
ไม่นานนัก หยางหมินก็นำกำลังทหารกองหนึ่งเร่งรุดมาถึง เขารายงานผู้ตรวจการด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ใต้เท้า กำลังพลพร้อมแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะลงมือเมื่อใด”
ผู้ตรวจการแค่นหัวเราะ “ดี เช่นนั้นก็ไปกันเถิด ข้าจะดูให้รู้ว่าเซี่ยชิงเฟิงผู้นี้กล้าหาญสักเพียงใด ถึงได้กล้าก่อเรื่องตามอำเภอใจในเมืองหลินผิง!”
ภายในโถงด้านข้างของที่ว่าการเมือง หลี่เหวินหย่วนเดินวนไปมา รองเท้าขุนนางกระทบพื้นอิฐเขียวดังถี่รัว “ใต้เท้าเซี่ย! ร้านค้าด้านนอกปิดประตูกันหมดแล้ว บนถนนแม้แต่พ่อค้าเร่หาบของก็ยังไม่เห็นสักคน!”
เช่นนี้จะทำอย่างไรดี! ร้านค้าในเมืองพากันหยุดค้าขาย ถนนหนทางเงียบเหงาว่างเปล่า แม้แต่ที่ว่าการอำเภอด้านล่างก็เป็นเช่นเดียวกัน ตลาดไร้ผู้คนแม้แต่คนเดียว
คาดไม่ถึงว่าตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้จะกล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ยอมขายเสบียงให้พวกเขาก็ช่างเถิด บัดนี้ถึงกับกล้าหยุดค้าขายอีกหรือ?! นี่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกเขาจนตายกันไปข้างหนึ่งแล้ว!
ทว่าเซี่ยชิงเฟิงกลับนั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ค่อย ๆ เช็ดพัดพับในมือ “อย่าได้ตื่นตระหนก”
