ท่าทีของอวี๋หว่านเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในจุดรับปัญญาชนหนุ่มสาวถือว่าเป็นมิตรมากแล้ว
เพราะเหตุการณ์หลิวเสี่ยวเอ้อตกหน้าผาเมื่อสองปีก่อน คนทั้งจุดรับปัญญาชนหนุ่มสาวต่างรังเกียจจางหงอิง
แม้จางหงอิงจะอธิบายนับครั้งไม่ถ้วนว่าเธอไม่ได้ทำอะไร แต่คนรอบข้างก็ยังคอยหลบเลี่ยงเธอ ราวกับว่าเธอเป็นสิ่งสกปรกอะไรสักอย่าง
จางหงอิงคิดว่า ปัญญาชนหนุ่มสาวคนใหม่คนนี้คงยังไม่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเธอ เมื่อรู้แล้วก็คงจะเหมือนกับคนอื่นๆ
หลังจากอวี๋หว่านจากไป อู๋เสวี่ยเหมยก็เข้าครัว เธออยู่กลุ่มเดียวกับจางหงอิง
ตอนแรกเธอก็พอใจอยู่หรอก จางหงอิงถึงจะทำอาหารไม่เป็น แต่ก็มีแรงเยอะ ทำงานคล่องแคล่ว ทำงานด้วยกันเธอยังได้ขี้เกียจบ้าง
แต่พอชื่อเสียงของจางหงอิงไม่ดี อู๋เสวี่ยเหมยก็เริ่มเสียใจ
เธออยากจะเปลี่ยนคู่ แต่ก็ไม่มีใครอยากสลับกับเธอ งานพวกนั้นถ้าให้เธอทำคนเดียวเธอก็ทำไม่ไหว
ทำได้เพียงทำงานร่วมกับจางหงอิงต่อไป แถมยังโดนชาวบ้านนินทาไปด้วย
จางหงอิงรู้ดีว่าตัวเองทำให้เพื่อนร่วมงานเดือดร้อน เธอจึงทำงานหนักเงียบๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อู๋เสวี่ยเหมยมีทีท่าดีขึ้น
อู๋เสวี่ยเหมยเดินเข้ามาก็พูดอย่างไม่เกรงใจว่า “พอได้แล้ว เธอทำอาหารไม่เป็น จะมายืนเฝ้าหม้อข้าวทำไม อยากขี้เกียจหรือไง ไม่เห็นหรือไงว่าฟืนกองนั้นในลานบ้านยังไม่ได้สับ”
“คนอื่นเขาเก็บฟืนกันเป็นกิ่งไม้ แต่เธอตัดมาโตขนาดนี้ เธอจะจุดไฟให้มันระเบิด แล้วฆ่าคนอีกคนใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้ทำ”
จางหงอิงตอบเสียงอู่ๆ พลางก้มหน้าลง เมื่อวานเธอสับฟืนมาทั้งวัน แม้แต่มื้อเที่ยงก็ยังกินข้าวปั้นที่พกติดตัวไปแก้หิว
