อวี๋หว่านพูดด้วยสำเนียงท้องถิ่นเข้มข้นว่า “ขายสิ พ่อหนุ่ม ข้ามาขายของน่ะ ว่าไงนะ พวกเอ็งคงไม่เก็บเงินข้าหรอกน่า”
ชายที่เฝ้าประตูคอยตรวจว่ามีคนแอบใส่ปลอกแขนแดงปลอมตัวเข้ามาหรือไม่ อวี๋หว่านที่ห่อตัวมิดชิดแบบนี้ แถมยังสะพายเป้มาด้วย ดูแวบเดียวก็รู้ว่ามาค้าขาย เขาไม่พูดอะไรเลยโบกมือให้เธอผ่านเข้าไป
คนในตรอกไม่เยอะนัก คนขายของต่างใส่ของตัวเองในตะกร้าหรือบุง ไม่มีใครตั้งผ้าปูกับพื้นวางขายอย่างโจ่งแจ้ง
ยุคนี้ใครจะยอมเสียผ้าดีๆ มาทำแบบนั้น ของที่จะขายก็เป็นของที่ตัวเองไม่ยอมกิน ถ้าวางกับพื้นยังต้องกลัวจู่ๆ มีคนมาฉกไปอีก
แล้วเอาเข้าจริงถ้าพวกปลอกแขนแดงมา อยากจะวิ่งหนีก็ยังเก็บของไม่ทันเลย
อวี๋หว่านหยิบยางรัดผมสครับชี่ออกมาจากกระเป๋าผ้าฝ้ายทอมือสามเส้น
ใช่แล้ว นี่คือของที่เธอจะขายในวันนี้
ที่โรงงานปั่นฝ้ายนอกจากผ้าตำหนิจะขายให้พนักงานในราคาถูกแล้ว ยังมีเศษผ้าที่ขายให้ในราคาต่ำเตี้ยเหลือเชื่อด้วย หลายคนเอากลับบ้านไปทำผ้าขี้ริ้วหรือไม้ม็อบ พวกที่ใจเย็นๆ หน่อยจะเลือกผ้าที่สภาพดีสักหน่อยมาเย็บปลอกหมอน
อวี๋หว่านเลือกสีสันสวยสดใสเอามาทำเป็นยางรัดผมสครับชี่ ตอนทำงานฉวยโอกาสตอนหัวหน้าชุดไม่ทันสังเกตก็แอบเย็บสักหนึ่งหรือสองเส้น
มีลวดลายอยู่สามแบบ สครับชี่ลายจุดสีแดงสด กับลายดอกไม้เล็กๆ สีเหลืองนวลๆ ด้วยสุนทรียภาพจากโลกอนาคต อวี๋หว่านทำออกมาได้สวยงามทุกเส้น
