ภายในโถงใหญ่ตระกูลอาน
บรรยากาศอึมครึมทำให้ทุกคนมีสีหน้าหมองคล้ำอย่างยิ่ง
อานเซวียนน้องชายคนรองของตระกูลสวมชุดถังสีดำ ใบหน้าเต็มไปด้วยอำนาจ นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือกลางโถง สีหน้าเครียดจัด เงียบไม่พูดจากับผู้ใด
เบื้องหน้าเขาคือกลุ่มคนตระกูลอานที่ยืนอยู่เต็มพื้นที่
นักยุทธ์ระดับโฮ่วเทียน เซียนเทียน และปรมาจารย์ รวมแล้วกว่าหลายร้อยคน
ทุกล้วนมีลมหายใจที่ลึกยาวและท่วงท่าคมกริบ
พวกเขาคือรากฐานของตระกูลอาน เป็นกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดภายใต้ร่มธง
และคือเหตุผลที่ตระกูลอานก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในหกตระกูลใหญ่แห่งเมืองอู่ซื่อ
กำลังมหาศาลเช่นนี้ไม่ว่าจะนำไปไว้ที่ใดก็ย่อมคุกคามได้ทั้งนั้น
แต่บัดนี้นักยุทธ์แกร่งกล้ากลุ่มนี้กลับมีเพียงความโศกเศร้าและโกรธแค้นบนใบหน้า
ตรงหน้าพวกเขามีร่างไร้วิญญาณที่เย็นชืดนานแล้ววางอยู่
มันคือร่างของอานเปิ่นเยว่
อานเปิ่นเยว่นอนแน่นิ่ง ร่างกายแข็งทื่อ ผิวหนังซีดขาว ใบหน้าเผยสีม่วงคล้ำประหลาด ทั่วร่างบวมเล็กน้อย คราบเลือดแห้งกรังจนหมด ดูแล้วน่าเวทนายิ่ง
อานจื้อเฉิงผู้เป็นอาหนุ่มกำหมัดแน่นเมื่อเห็นศพหลานชายในสภาพอนาถาเช่นนี้
เขาไปช่วยอานเปิ่นเยว่แท้ ๆ แต่กลับนำเพียงศพกลับมา
"อาเล็ก ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะแก้ตัว พาข้ากลับบ้านเถิด..."
คำอ้อนวอนสุดท้ายของอานเปิ่นเยว่ก่อนตายยังก้องอยู่ในหูอานจื้อเฉิง หัวใจปวดร้าวระลอกแล้วระลอกเล่า
ในฐานะผู้อาวุโส เขาเฝ้ามองอานเปิ่นเยว่เติบโตมาตั้งแต่เล็ก
เพราะมุ่งมั่นฝึกวิชา อานจื้อเฉิงจึงไร้บุตร แม้อานเปิ่นเยว่จะเป็นลูกพี่ชาย แต่ความรักที่อานจื้อเฉิงมีให้อานเปิ่นเยว่นั้นเกินกว่าความสัมพันธ์อาหลานทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพราะจนด้วยเหตุการณ์ คนของตระกูลอูจึงลงมือฆ่าเขา
อานจื้อเฉิงได้แต่มองตาตนเองโดยไม่กล้าเข้าไปขัดขวาง
นี่คือความอัปยศอดสูครั้งใหญ่หลวงนัก
คนตระกูลอานไม่ได้โกรธแค้นตระกูลอู ถึงอูหมิงไม่ลงมือ อานจื้อเฉิงก็ต้องลงมือเอง
