สวีจู๋เห็นหลี่มั่วเสวียนวางท่าใหญ่โตเช่นนั้น ก็เลยลากเส้นวงคาถาอย่างเปิดเผย
ที่จริงในใจสวีจู๋ก็กังวลอยู่เหมือนกัน
เขาเพิ่งฝึกวิชาอัญเชิญสำเร็จ ยังไม่รู้ว่าจะเรียกออกมาได้หรือเปล่า
ครั้งนี้จะมีชีวิตรอดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคาถาอัญเชิญนี้จะสำเร็จหรือเปล่า
เพียงครึ่งนาที
สวีจู๋กรีดกลางฝ่ามือแล้วประทับฝ่ามือเปื้อนเลือดลงบนวงคาถาอย่างแรง
“จงปรากฏ!”
“เทพแห่งอสูรผู้ยิ่งใหญ่ โปรดสดับรับคำเรียกของข้า!”
สวีจู๋ตะโกนลั่นสุดเสียง!
หึ่ง...
บนวงคาถาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหนึ่งเมตรบนพื้น จู่ๆ ก็มีแสงดำสนิทราวกับหมึกผุดขึ้นมา
พร้อมกันนั้นก็มีควันดำขมุกขมัวพวยพุ่งออกมา
ราวกับเปิดประตูไปสู่อีกโลกหนึ่ง
“โฮก...”
เสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ร้ายดังขึ้น
ร่างมหึมาของอสูรค่อยๆ ปรากฏออกมา
ควันดำจางหายไป
ก็เห็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง ความยาวลำตัวเกินสองเมตร กล้ามเนื้อล่ำสัน ทั้งตัวเป็นสีดำสนิท มีเขี้ยวแหลมคมเต็มปาก ใช้สี่เท้าพยุงตัวนอนหมอบอยู่บนพื้น
มองดูเหมือนสุนัขพิทบูลที่ถูกถลกหนัง
ให้ความรู้สึกเหมือนสุนัขสามหัวโลกันตร์จริงๆ
แต่ว่าเจ้าตัวนี้มีหัวเดียวเท่านั้น
สุนัขโลกันตร์เห็นหลี่มั่วเสวียน ดวงตาสีเลือดฉายประกายตื่นเต้น ระหว่างฟันสีแดงคล้ำยังมีน้ำลายสีเขียวเหม็นคาวไหลยืดออกมา
หลี่มั่วเสวียนกวาดตามองสุนัขโลกันตร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นี่น่ะหรือที่พวกเจ้าบอกว่าเป็นวิญญาณอสูรที่อัญเชิญมาจากต่างมิติ? หรือจะเป็นสัตว์อสูรกันแน่? เจ้าคงจะเรียกสุนัขเฝ้าบ้านของใครมาละสิ!”
“อ่อนแอจนน่าสงสารจริงๆ!”
วิชาอัญเชิญนี่ไม่ใช่คาถาลับของเผ่าปีศาจหรอกรึ?
