เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
หลี่มั่วเสวียนและคณะหยุดตรงตีนเขาแห่งหนึ่งที่ร่มครึ้มและเขียวชอุ่ม
เป่ยหงอธิบายว่า
“นายท่าน สถานที่จัดงานอยู่บนเขา รถขึ้นไปไม่ได้ พวกเราต้องเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น!”
“ดี!”
ลงจากรถ
หลี่มั่วเสวียนมองไปรอบ ๆ
ตีนเขาแห่งนี้มีรถยนต์จอดอยู่ไม่น้อย
เส้นทางภูเขาแบบนี้ รถสปอร์ตวิ่งไม่ได้แน่นอน
เพราะเหตุนี้ พาหนะของทุกคนจึงเป็นรถออฟโรดขนาดใหญ่หลากหลายรุ่น
ฮัมวี แรงเลอร์ เอฟ-150 แร็พเตอร์ เป็นต้น…
ในนั้นยังมีอูนิมอกรุ่นหนึ่งซึ่งราวกับปราการเคลื่อนที่แห่งวันสิ้นโลก
ดุดันเสียจริง
บรรดาเจ้าอสูรกายเหล่านี้แต่ละคันสง่าราวกับพยัคฆ์ร้าย ผลิตมาเพื่อการขับขี่แบบออฟโรด ใช้ขึ้นเขาเพื่อเข้าร่วมงานประมูลนับว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
บนเส้นทางภูเขายิ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
โดยพื้นฐานล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ ยังมีคนจากตระกูลใหญ่ร่วมอยู่ด้วย
ผู้คนสัญจรเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย จับคู่เดินเคียงข้างกันไป
หลี่มั่วเสวียนเงยหน้ามองดู ภูเขาลูกนี้ไม่นับว่าสูง ราวสามถึงห้าร้อยเมตร
บนเขาเต็มไปด้วยป่าเขาที่หนาทึบ เมื่อมองจากด้านนอกแทบไม่เห็นสิ่งใด
เป่ยหงอธิบายเสริมว่า
“เนื่องจากนี่คือการประมูลใต้ดิน สิ่งที่ขายล้วนเป็นของลับเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกยุทธ ดังนั้นสมาคมการค้าเทียนเหอจึงสร้างสถานที่จัดงานไว้ใต้ดิน มองจากด้านนอกไม่เห็นเงื่อนงำ”
“และมีเพียงผู้มีสถานะพิเศษเท่านั้นที่เข้าร่วมได้ สมาคมการค้าเทียนเหอจะส่งบัตรเชิญให้แก่ขั้วอำนาจและตระกูลใหญ่ต่าง ๆ ล่วงหน้า หากไม่ได้รับก็ไม่ต้องมา ต่อให้มาก็เข้าไม่ได้”
หลี่มั่วเสวียนรู้สึกสนใจสมาคมการค้าเทียนเหยิงมากยิ่งขึ้น
“มีอะไรน่าสนใจไม่น้อย!”
ทันใดนั้น
ข้าง ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่เข้ากับบรรยากาศเลยสักนิด
