เห็นหลี่มั่วเสวียนชี้มือไปทางโจวเยวี่ยอย่างไม่ยี่หระ
ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์สมองแทบหยุดทำงานไปชั่วขณะ
นั่นมันโจวเยวี่ยนี่นา
บุตรชายเพียงคนเดียวของผู้อาวุโสแห่งตระกูลโจว
เลือดเนื้อเชื้อไขสายตรงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลโจว!
ยิ่งไปกว่านั้น โจวเยวี่ยยังเป็นบุตรที่เกิดเมื่อผู้อาวุโสแห่งตระกูลโจวอายุเจ็ดสิบปี
ในหังโจว มีใครบ้างไม่รู้ว่าโจวเยวี่ยคือแก้วตาดวงใจของผู้อาวุโสตระกูลโจว
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลโจวเรียกได้ว่าตามใจโจวเยวี่ยอย่างที่สุด
ไม่เพียงแต่ตามใจอย่างไม่มีขีดจำกัด ใครก็ตามที่กล้าหาเรื่องโจวเยวี่ย ล้วนลงเอยอย่างน่าเวทนา
ตอนนี้โจวเยวี่ยถูกหลี่มั่วเสวียนจัดการไปแล้ว
งานนี้มีเรื่องแน่ เกรงว่าหากตระกูลโจวรู้ข่าว ผู้อาวุโสตระกูลโจวคงคลั่งเป็นแน่
ผู้อาวุโสตระกูลโจวเป็นถึงขั้นสะพานสวรรค์ระดับสูงสุด ห่างจากเทพนักรบในตำนานเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
หากยั่วโทสะผู้อาวุโสตระกูลโจวเข้าอย่างจัง จะเกิดผลลัพธ์น่าสยดสยองเช่นไร?
ส่วนมู่หยงเฉวียนนั้นไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อภาพตรงหน้า
เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย
ก็เพราะเขาดูไม่ออกว่าหลี่มั่วเสวียนมีดีแค่ไหน
ในเมื่อหลี่มั่วเสวียนแสดงพลังเช่นนี้ออกมา ก็พอจะบอกได้ว่าความสามารถของเขาไม่น่าด้อยไปกว่าตน
มู่หยงเฉวียนกับตระกูลโจวสนิทสนมกันจริง แต่เขาไม่จำเป็นต้องไปหาเรื่องกับผู้มีพลังน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เพื่อคนของตระกูลโจว
เวลานี้เอง ผู้ฝึกยุทธ์ระดับขั้นสะพานสวรรค์คนหนึ่งของตระกูลโจวก้าวออกมา
เขามองไปยังจุดที่โจวเยวี่ยหายไปเมื่อครู่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเครียดขรึมว่า
"ข้ารู้ว่าพลังของท่านน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ครั้งนี้ถือว่าตระกูลโจวของเราผิดเอง แต่เรื่องนี้ตระกูลโจวของเราจะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด คุณชายเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวที่ท่านเจ้าบ้านรักมากที่สุด หากให้ท่านรู้เข้า ท่านจะต้องทำให้เจ้าต้องชดใช้อย่างสาสมแน่!"
