ลั่วเจียไป๋ก้าวถอยหลังอย่างห้ามไม่อยู่ “ใต้ทรายนั่นไม่ใช่ชิ้นส่วนศพอีกแล้วใช่ไหม”
“ถ้าพลาดตกลงไปล่ะก็ไม่รอดแน่!” เจี่ยนอิ๋งอิ๋งนึกถึงความน่าสะพรึงของชิ้นส่วนศพใต้ทรายในด่านก่อน ตัวสั่นสะท้าน
“พื้นแตกเร็วเกินไป แบบนี้เราเช็คสไลเดอร์ได้อีกแค่ตัวเดียว สองตัวที่เหลือไม่มีทางไปถึงแน่” ลั่วเจียไป๋สีหน้าจริงจัง เขาแลกเปลี่ยนท่อนไม้อันใหม่ออกมา เริ่มลงมือตรวจตุ๊กตาอย่างรวดเร็ว
“ฉันช่วยเอง” เจี่ยนอิ๋งอิ๋งมองลู่หลีอย่างลองเชิง “ตอนนี้พื้นแยกผู้เล่นออกจากกัน พวกเราสามคนจำใจต้องอยู่กลุ่มเดียวกัน เมื่อกี้พวกคุณตรวจแค่เครื่องเล่นเดียว ที่เหลือเราช่วยกันตรวจ งานจะได้เร็วขึ้น”
เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีประโยชน์จริง เธอคิดหาวิธีได้อย่างรวดเร็ว
“ฉันผ่านดันเจี้ยนมามาก คุ้นเคยกับร้านไอเทมอยู่ ในนั้นมีไอเทมตัวหนึ่งที่วาร์ปได้ในระยะ 10 เมตร ใช้แค่ 800 คะแนนก็แลกได้ ฉันยอมจ่ายคะแนนให้เอง พอตรวจสไลเดอร์เสร็จก็วาร์ปไปหาเครื่องเล่นอีกสองชิ้นได้เลย”
แผ่นพื้นทั้งสี่ลอยค้างและหดเล็กลงไม่หยุด แถมยังเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ลั่วเจียไป๋ถือท่อนไม้ เผลอไผลจนเท้าเหยียบพลาด ร่างกายเอียงวูบไปข้างหนึ่ง จวนเจียนจะล้มออกไป เจี่ยนอิ๋งอิ๋งยื่นมือคว้าดึงเขากลับมาในทันที
ลั่วเจียไป๋หลุดปากขอบคุณ “ขอบ...ขอบใจ”
“ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้คิดอะไรจริงๆ” เจี่ยนอิ๋งอิ๋งยิ้มขื่น ดวงตาที่ทอดต่ำสั่นระริก “ดันเจี้ยนครั้งนี้ยากเกินไป ฉันแค่อยากมีชีวิตรอด”
ลั่วเจียไป๋เหลือบมองลู่หลีที่ยังเหม่อลอยคว้าง แล้วหันกลับมาเห็นท่าทีของเจี่ยนอิ๋งอิ๋ง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ “หยิบท่อนไม้มาสองอันแล้วช่วยกันตรวจตุ๊กตาฉันเถอะ คอยสังเกตดวงตาพวกมันว่ามีอะไรผิดแปลกไหม”
