เสียงจากกล่องไม้ในมือลู่หลีดังกลบเสียงเพลงจากห้องชั้นบนจนมิด:
“แอบเอาเงินไปซื้อขยะพวกนี้กลับมาทำไม!
เรียนพิเศษตั้งมากมาย คะแนนก็ยังไม่ดีขึ้นสักที เพราะเอาแต่เล่นเกมพวกนี้จนสมองพังไปหมดใช่ไหม!”
“โลกนี้โหดร้ายมาก ถ้ายังไม่เอาถ่านแบบนี้ ต่อไปทั้งชีวิตก็เป็นได้แค่คนธรรมดา!
คนอื่นเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้งานดี ๆ ทำ ส่วนแกก็ได้แต่เป็นของไร้ค่าที่ถูกยุคสมัยเขี่ยทิ้ง ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ต่อไปก็ไม่มีอนาคตหรอก!”
ท่ามกลางคำพูดเกรี้ยวกราดฝ่ายเดียวของผู้ชาย มีเสียงร้องไห้ของเด็กชายแทรกอยู่
เสียงอ่อนเยาว์ของเด็กชายสั่นระริกไม่หยุด เขาวิงวอนว่า
“ขอร้องล่ะ! อย่าฉีกเลย! ผมอุตส่าห์รวบรวมจนครบแล้ว เอาคืนมาเถอะ นั่นเป็นของผม”
“เงินก็เป็นเงินที่ฉันกับแม่แกให้ ของพวกนี้ไม่ใช่ของแกสักหน่อย!”
เสียงดังโครมคราม
ข้าวของจำนวนมากถูกปัดตกจากที่สูงลงมากระแทกพื้นจนแตกกระจาย
ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของเด็กชาย มีคนกำลังฉีกกระดาษไม่หยุด ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย ซ้ำยังทำราวกับกำลังระบายอารมณ์
“แกทำหน้าแบบนั้นทำไม จ้องฉันหาเรื่องหรือไง!”
ในที่สุดเด็กชายก็ทนไม่ไหว เขาพูดว่า “แม่ทำงานหนักทุกวัน แต่ช่วงนี้พ่อเอาแต่อยู่บ้าน
ตัวเองโดนไล่ออก หางานใหม่ก็ไม่ได้ แม้แต่งานบ้านที่แม่ต้องหาเวลาทำทั้งที่ยังทำงานอยู่ พ่อก็ยังทำไม่ไหว วันนี้ยังทำจานในครัวแตกอีก พ่อกลัวว่าแม่กลับมาแล้วจะด่าก็เลยรีบมาหาเรื่องผมก่อน ตอนนี้ก็เลยอยากระบายอารมณ์ใส่ผมใช่ไหม!?
