【หลูเฟยอันตรายจริง ๆ ฉินเหวยมาสำรวจเส้นทางแล้ว ทางนี้ยังมีพี่หลี่อีก วิกฤตถาโถมทุกด้านเลย】
【รอดูเถอะ ฉันว่าเมิ่งหยางต้องลงมือแน่】
...
“พี่ แล้วเราจะทำยังไงดี? ฆ่าเขาทิ้งเลย แล้วเอาไปยัดในหม้อน้ำไหม?”
คำพูดเด็ดขาดของหลูเฟยทำเอาเมิ่งหยางกับคนดูในห้องไลฟ์ชินกันเสียแล้ว
“เดี๋ยวก่อน เราฆ่าคนส่งเดชไม่ได้ ต้องหาโอกาสยืนยันตัวตนของเขาก่อนแล้วค่อยลงมือ แต่เธอต้องระวังเขาไว้ด้วย”
“อืม หนูรู้แล้ว พี่วางใจเถอะ ตอนนี้หนูระวังตัวสุด ๆ เลย”
เพิ่งพูดจบ หลูเฟยก็สูดหายใจเฮือกใหญ่ แล้วร้องว้าวออกมา
“พี่ กลิ่นหลัวสือเฟิ่นนี่นา”
“อืม ก่อนหน้านี้พี่รับปากว่าจะทำของอร่อยให้เธอไม่ใช่เหรอ คืนนี้พี่ทำหลัวสือเฟิ่น แล้วก็ตุ๋นตีนเป็ดกับไข่พะโล้ด้วย กินคู่กันพอดี”
เมิ่งหยางยกชามหลัวสือเฟิ่นออกมาจากครัวสองชาม แต่ละชามมีตีนเป็ดสองชิ้นกับไข่พะโล้หนึ่งฟอง
【ทีมงานรายการเข็ดหลาบแล้วสินะ ถึงกับติดกล้องวงจรปิดไว้ในครัว】
【ก็ใช่น่ะสิ เสียหายหนักขนาดนั้น ใครจะไม่ระแวงบ้าง】
【คราวนี้ดีเลย ไม่เหลือจุดอับสายตาแล้ว เมิ่งหยางเล่นกลสับเปลี่ยนของไม่ได้อีก】
【แต่ไข่นี่...ทำให้นึกถึงไข่ใบนั้นในตอนที่แล้วเลย】
【โธ่เอ๊ย! อย่าพูดถึงมันสิ น่าขยะแขยงจะตาย แถมตามที่เมิ่งหยางเฉลยไว้ ใต้ไข่นั่นยังเป็นศพจำลองอีก】
【ยังไงก็เถอะ พอเห็นไข่ที่เมิ่งหยางทำทีไร ฉันก็อดรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาไม่ได้ หวั่นแบบไม่มีเหตุผลเลย】
...
หลูเฟยมองหลัวสือเฟิ่นบนโต๊ะอย่างตาลุกวาว กำลังจะคีบกินอยู่แล้ว จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ
