จี้ชวนหมุนตัวเดินออกจากบ้านอย่างหัวเสีย ก่อนเหวี่ยงประตูปิดเต็มแรงจนดัง “ปัง”
เหล่าซอมบี้รอบข้างได้ยินเสียงก็พากันกรูมาทางนี้ แต่พอจี้ชวนตบกบาลเข้าให้สองสามที พวกมันก็ถอยกลับไปทางเดิม
กู้หยุนซีมองจี้ชวนจากในห้องอย่างเหม่อลอย ซอมบี้ตัวนี้...โกรธงั้นเหรอ?
หรือมันเป็นคนเอาอาหารมาให้ฉัน? มันไล่ซอมบี้ตัวอื่นไป แสดงว่าไม่ได้คิดร้ายกับฉันจริง ๆ งั้นมันก็เป็นซอมบี้ดี ๆ ตัวหนึ่งสินะ?
ท้องของเธอร้องโครกคราก กู้หยุนซีหยิบอาหารขึ้นมายัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว นี่เป็นมื้อเดียวในรอบหลายวันที่เธอได้กินจนอิ่ม แล้วน้ำตาก็แทบไหลออกมาอีกครั้ง
จี้ชวนมุ่งหน้าไปทางบ้านพักตากอากาศของตัวเอง ถ้าขับรถไปตอนนี้คงถูกพบเห็นทันที แบบนั้นอันตรายเกินไป เขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทั้งสี่คน
เขาไม่รู้ว่าพลังพิเศษธาตุน้ำของซูหว่านหว่าน นอกจากปล่อยสายน้ำออกมาแล้ว ยังใช้ทำอะไรได้อีก ส่วนพลังทวีคูณของหลิวฮ่าวยิ่งทำให้หมอนั่นเป็นนักสู้ฝีมือดี
พลังพิเศษของพ่อแม่ซูหว่านหว่านกลับไร้ประโยชน์สิ้นดี คนหนึ่งจุดไฟได้เหมือนไม้ขีด ส่วนอีกคนใช้พลังธาตุลมพัดลมอ่อน ๆ ให้รู้สึกเย็นสบาย
จี้ชวนปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าของบ้านว่างข้าง ๆ ในยามค่ำคืนที่ไม่มีใครเปิดไฟ ความมืดกลายเป็นสิ่งกำบังชั้นดี เขาคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในบ้าน
“คริสตัลซอมบี้สีน้ำเงินหนึ่งเม็ด สีเขียวหนึ่งเม็ด...” นี่เป็นครั้งแรกที่จี้ชวนเห็นคริสตัลสีน้ำเงิน เม็ดนี้น่าจะเป็นของซูหว่านหว่าน เป็นไปได้ว่าพลังธาตุน้ำของเธอไม่ใช่ระดับเริ่มต้น
แต่ทำไมพ่อแม่ของซูหว่านหว่านถึงไม่มีคริสตัลล่ะ? จี้ชวนคาดเดาว่า อาจมีเพียงพลังพิเศษที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่ทำให้เกิดคริสตัล หรือบางทีซอมบี้ที่มีคริสตัลอยู่ในร่าง ตอนยังมีชีวิตก็อาจเป็นมนุษย์ที่มีพลังพิเศษแข็งแกร่ง
พอคิดได้ดังนั้น จี้ชวนก็เข้าใจขึ้นมา ไวรัสระบาดกะทันหันเกินไป หลายคนกลายเป็นซอมบี้ก่อนจะทันตื่นพลังในคืนจันทร์แดง
ตอนนี้ยังเป็นช่วงแรกของหายนะ ผู้คนส่วนใหญ่แทบไม่ออกจากบ้าน ต่อให้มีใครออกไป คนที่มีพลังพิเศษก็ล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง ย่อมไม่ตายและกลายเป็นซอมบี้ง่าย ๆ
แต่ผ่านไปสักพัก จำนวนซอมบี้ก็น่าจะเพิ่มขึ้น เสบียงของทุกคนมีจำกัด ถึงตอนนั้นถ้าไม่ออกไปหาเสบียง ก็คงอดตาย
จี้ชวนข่มใจไม่ให้ลงมือ ตอนนี้เขาอยากล่อซอมบี้มารวมกันเหลือเกิน แต่ประตูบ้านของพวกนั้นแข็งแรงมาก ต่อให้โยนไฟเข้าไป ซูหว่านหว่านที่มีพลังธาตุน้ำก็ยังดับได้สบาย ๆ
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาอยากล้างแค้นด้วยตัวเอง ถ้าปล่อยให้พวกนั้นตายในมือซอมบี้ธรรมดา ยังถือว่าปล่อยให้ตายง่ายเกินไป
เขาจะส่งพวกมันลงนรกด้วยมือตัวเอง เมื่อนึกถึงสีหน้าของพวกนั้น จี้ชวนกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วสั่นระริก
กู้หยุนซีกำลังดื่มด่ำกับความสุขที่ขนมหวานมอบให้ พลันได้ยินเสียงประตูรั้วดังขึ้นอีกครั้ง
จี้ชวนเดินเข้ามาในลานบ้านตรงไปที่รถ เปิดประตูขึ้นไปแล้วขับออกไป แถมยังช่วยล็อกประตูรั้วให้เธอหลังจากขับรถออกไปแล้วด้วย
“ซอมบี้ตัวนี้แปลกจริง ๆ เห็นบ้านฉันเป็นโรงรถหรือไง”
เดิมทีเธอกะจะขับรถออกไปหาอาหารอยู่แล้ว ในเมื่อเพื่อนบ้านคนนี้หาอาหารมาให้เธอได้ จะปล่อยให้เขาใช้รถต่อไปก็ไม่เป็นไร กู้หยุนซีรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้กลัวเขามากเท่าเดิมแล้ว
เหตุผลที่จี้ชวนขับรถของกู้หยุนซีอยู่ตลอด ก็เพราะเขาไม่มีรถคันอื่นให้ขับ!
รถมีจอดเกลื่อนถนนก็จริง ใครจะไปรู้ว่ากุญแจอยู่ไหน? ตอนนี้บนถนนแทบไม่มีใครกล้าออกจากบ้านนอกจากซอมบี้ หากใครขับรถออกมา ซอมบี้ก็จะกรูเข้าใส่
ช่วยหาอาหารให้เธอ ถือเป็นค่าเช่ารถแล้วกัน จี้ชวนคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษมาก
ยามค่ำคืนในเมืองเงียบสงัด จี้ชวนขับรถเรื่อยเปื่อยไปอย่างไร้จุดหมาย
“ทำไมคนนี้ขับรถแล้วซอมบี้ไม่สนใจเลย?” มีคนถ่ายวิดีโอจากหน้าต่าง รถสีชมพูคันหนึ่งแล่นไปตามถนนราวกับไร้ผู้คน ซอมบี้ที่อยู่ข้างทางไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ
ใต้คลิปมีคนคาดเดากันมากมาย
“หรือซอมบี้จะไม่ชอบสีชมพู?”
“ไส้แกก็สีชมพู ซอมบี้ยังควักออกมากินไม่ใช่หรือไง”
“กลางคืนซอมบี้ไม่ออกมาเหรอ?”
“โง่หรือไง ซอมบี้กลางคืนวิ่งเร็วกว่าตอนกลางวันอีก! ไม่เชื่อก็ลองดูสิ!”
“รถสีชมพูแบบนี้ คนขับต้องเป็นผู้หญิงแน่ ๆ ซอมบี้ไม่กินคนขับผู้หญิงที่ไม่มีสมองหรอก”
“คนขับผู้หญิงมีแค่ 1/7 ของคนขับผู้ชาย แต่ในอุบัติเหตุจราจรที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายผิดหลักมีแค่ 1/16 พวกผู้ชายอย่างพวกแกต่างหากที่ไม่มีสมอง!”
“นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะสร้างความขัดแย้งระหว่างชายหญิงอีก!”
……
แต่จี้ชวนไม่รู้เลยว่าบนโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเรื่องการขับรถของเขา เขาแค่ตระเวนค้นหาประกายแสงจากคริสตัลทั่วทั้งเมือง
ในที่สุดเขาก็เห็นแสงจากคริสตัลสองเม็ดกำลังเคลื่อนที่ช้า ๆ อยู่ไกลออกไป
เมื่อเห็นว่าคริสตัลอยู่ในแนวต้นไม้ริมถนน จี้ชวนก็จอดรถ ตั้งใจจะเดินเข้าไปดู
แต่พอเข้าใกล้ เขาถึงพบว่าคริสตัลทั้งสองเม็ดมาจากมนุษย์ที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่ซอมบี้ หลังกลายเป็นซอมบี้ ประสาทการได้ยินและการดมกลิ่นของจี้ชวนก็ไวผิดปกติ ถึงขั้นได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน
“พี่หนาน ฉันกลัว...เหมือนทางนั้นจะมีซอมบี้...”
“ไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องเธอ อีกอย่างเธอมีพลังธาตุไฟ มีซอมบี้ก็ไม่ต้องกลัว เผาพวกมันซะก็พอ”
“พี่หนาน แล้วพี่มีพลังอะไรเหรอ? ไม่เห็นเคยได้ยินพี่พูดถึงเลย”
“เอ่อ พลังของพี่คือสร้างกำแพงอากาศ ใช้ป้องกันตัวได้ มันไม่แข็งแกร่งเท่าพลังของเธอ พี่เลยไม่ได้พูดถึง”
“อย่างนี้นี่เองพี่หนาน อีกไกลไหม พี่แน่ใจนะว่าชั้นล่างของหมู่บ้านฝั่งตรงข้ามมีร้านค้า?”
“แน่ใจ พี่เคยไปซื้อบุหรี่ที่นั่น รีบไปดูกันเถอะ ถ้าช้ากว่านี้คงไม่เหลืออะไรแล้ว”
“ได้...”
เดิมทีจี้ชวนคิดจะหันหลังกลับไปเลย หนึ่งคือเขาไม่อยากฆ่าคนบริสุทธิ์ สองคือฟังจากบทสนทนาแล้ว พลังของทั้งสองคนดูไม่เบา หากเขาบุ่มบ่ามเข้าไป อาจถูกฆ่ากลับเสียเอง
ขณะที่เขาหันตัวเตรียมจากไป ทางนั้นกลับมีเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น
“อ๊าย พี่หนาน มีซอมบี้!”
“อย่าตะโกน!”
ซอมบี้ตรงหัวมุมอยู่ห่างจากหญิงสาวเพียงไม่กี่เมตร นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าใกล้ซอมบี้ขนาดนี้ ใบหน้าอันน่าสยดสยองทำให้เธอเผลอกรีดร้องออกมา
แม้ตอนนี้หญิงสาวจะยกมือปิดปากแล้ว แต่ซอมบี้จำนวนมากก็วิ่งกรูกันมาทางพวกเขา
“รีบหนี!”
ไม่มีเวลาให้คิดอีกต่อไป ชายหนุ่มรีบวิ่งกลับไปทางเดิม พวกเขาเลือกอ้อมมาตามแนวต้นไม้ จึงหลบซอมบี้ไปได้ไม่น้อย การย้อนกลับทางเดิมย่อมปลอดภัยที่สุด
“พี่หนาน รอฉันด้วย!”
ขาของหญิงสาวอ่อนแรง แต่เธอก็รีบวิ่งตามชายหนุ่มไป แม้จะมีพลังธาตุไฟ แต่เธอไม่เคยใช้โจมตีใครมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น กว่าเธอจะหยุดเล็งเป้าหมาย ซอมบี้ก็คงตามมาทันแล้ว
ซอมบี้ยามค่ำคืนวิ่งเร็วกว่าตอนกลางวันจริง ๆ เพราะเสียงตะโกนของทั้งคู่ดึงดูดซอมบี้รอบข้าง แม้ตอนขามาจะไม่เจอซอมบี้เลย แต่ตอนนี้ซอมบี้กลับเข้ามาในแนวต้นไม้แล้ว!
“แม่งเอ๊ย!”
เมื่อเห็นทางหนีถูกซอมบี้ขวางไว้ ชายหนุ่มสบถพลางคิดหาทางอื่น
“เผาพวกมันสิ!”
ชายหนุ่มตะคอกใส่หญิงสาวอย่างเกรี้ยวกราด
ที่พาเธอมาด้วยก็เพราะเห็นว่าเธอมีพลังธาตุไฟ ไม่อย่างนั้นใครจะอยากให้มีคนเพิ่มมาแบ่งเสบียงของตัวเองอีกคน คิดไม่ถึงว่าเธอจะไม่ได้เรื่องขนาดนี้ เป็นตัวถ่วงชัด ๆ
“พี่หนาน ช่วยฉันด้วย ฉันทำไม่ได้! ถ้าหยุดเล็งพวกมันก็จะจับฉันทัน!”
หญิงสาวสิ้นหวัง พี่หนานที่บอกว่าจะปกป้องเธอตอนนี้กลับวิ่งเร็วกว่ามาก หากถูกตามทัน เธอต้องตายแน่
ซอมบี้กำลังจะล้อมพวกเขาไว้ ชายหนุ่มพลันหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมามองหญิงสาว
“ขอโทษนะ”
“พี่หนาน?”
หญิงสาวยังไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้น แสงวาบหนึ่งส่องประกาย ก่อนที่เธอจะตาบอดชั่วขณะ
เขาไม่มีพลังสร้างกำแพงอากาศอะไรทั้งนั้น สิ่งที่มีเป็นแค่แสงจ้าซึ่งไร้ประโยชน์สิ้นดี ซอมบี้ใช้การดมกลิ่นและการได้ยินเป็นหลักในการตามล่าเป้าหมาย แสงจ้าของเขาแทบไม่มีผลอะไรเลย
ที่พาหญิงสาวมาด้วยก็เพราะเธอมีวิธีโจมตี อีกอย่างเมื่อเจออันตราย เขาก็ทำให้เธอตาบอดเพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองหนีได้
หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่กับที่ เธอรู้แล้วว่าตัวเองต้องมาตายในที่แห่งนี้
ชายหนุ่มวิ่งหนีไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เมื่อมีอาหารอยู่ตรงหน้าแล้ว ซอมบี้ตัวไหนจะมัวไล่ตามเขาอีกล่ะ
