(ขอย้ำอีกครั้งว่าบุคคลที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ล้วนบรรลุนิติภาวะแล้ว)
…
ราชอาณาจักรศาสนจักรอาโก นครทิก
“นี่ เจ้าของร้าน หญิงสาวเซ็กซี่นี่ราคาเท่าไหร่”
“ท่านสุภาพบุรุษ ท่านต้องการซื้อขาดหรือเช่า”
“เช่าสองอาทิตย์”
“ได้เลย ผมจะพาสาวออกมาให้ท่านเลือกดูตอนนี้เลยครับ”
ระหว่างที่เจ้าของร้านเดินเข้าไปในเต็นท์ ชายที่พูดก็สำรวจรอบ ๆ
ต้องยอมรับว่าในดินแดนของมนุษย์ปลอดภัยจริง ๆ หิวก็หาร้านอาหาร นอนก็หาโรงแรม ไม่เหมือนข้างนอกป่าที่เดินไปมาก็อาจถูกสัตว์ป่ากัดกินได้
ถึงแม้ในเมืองจะมีขโมยอยู่ไม่น้อย และพวกมันช่ำชองกว่ามาก มักจะเจาะจงเลือกคนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในเมือง
พ่อค้าที่ไร้ประสบการณ์บางคนถึงขนาดถูกขโมยยอดชาไปโดยไม่รู้ตัว ยิ่งกว่านั้นยังมีคนที่ถูกหลอกเข้าถุงนอนแล้วยังช่วยนับเงินให้อีกต่างหาก
แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ข้างนอกแล้วโดนเชือดคอ
ไม่นานนัก เขาก็ตวัดสายตามองไปยังเด็กสาวร่างผอมบางที่ยืนอยู่หน้าร้านนานแล้ว
เขาสังเกตเห็นอีกฝ่ายมานานแล้วว่ามัวเลือกหยิบนั่นนี่ทำท่าจะซื้อของ แต่ทว่าฝีมือการแสดงของนางนั้นห่วยแตกเกินไป
ก็แค่อยากใช้หน้าตาเด็ก ๆ เพื่อลดความระแวงของคนอื่น แล้วก็ในระหว่างที่ร้องเรียก “ท่านลูกค้า ท่านหนุ่ม” ไปนั่นแหละ จะได้ล้วงกระเป๋าเขาให้หมดเกลี้ยง
บางคนที่มีประสบการณ์สูง พวกนางยังรู้จักชักจูงจิตใจพวกโรคจิตที่ชอบเด็กอีกด้วย โดยตั้งใจอวดรูปร่างเพื่อล่อให้คนพวกนั้นลดการ์ดลง
กลอุบายแบบนี้ใช้กับเขาไม่ได้
เพราะยังไงเขาก็เคยเห็นกับตาว่าเด็กสาวคนหนึ่งใช้กลอุบายนี้ลอบสังหารผู้ใหญ่ที่โตเต็มวัยมาแล้ว
เด็กแบบนี้ควบคุมไม่ได้เด็ดขาด!
เมื่อเขาแกล้งทำเป็นเผยตราบนปกเสื้อโดยไม่ตั้งใจ เด็กสาวคนนั้นก็เหมือนเห็นเทพแห่งโรคร้าย รีบวิ่งหนีไปไกล ๆ
วิ่งไปก็ยังเหลียวกลับมามอง เหมือนกลัวว่าจะมีพวกโรคจิตตามติดไปด้วย
“ฮึ่ม ไอ้ขโมยน้อย…”
ชายหนุ่มไม่ต้องรอนาน เจ้าของร้านก็พาหญิงสาวรูปร่างเล็กคนหนึ่งออกมาจากเต็นท์ หญิงสาวเดินเซถลา ก้าวไปสองก้าวยังต้องถูกเร่ง
“เดินเร็วน่ะสิ อย่าให้ท่านลูกค้ารอนาน!”
ต่อการผลักไสของเจ้าของร้าน หญิงสาวกำหมัดแน่น ก้มหน้าไม่พูดไม่จา
สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วมือทั้งสองข้างก็ปล่อยออกอย่างหมดเรี่ยวแรงในที่สุด
หากไม่นับใบหน้าที่อิดโรยและเหนื่อยล้ารวมถึงเสื้อผ้าขาดวิ่น ลักษณะแบบนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ
“หน้าก็สวยใช้ได้ แต่ว่า…”
พอได้ยินคำพูดครึ่งแรกของชายหนุ่ม เจ้าของร้านก็ดีใจจนหน้าบาน แหม ว่ากันว่าลูกค้าพอใจก็เป็นสัญญาณว่าต่อรองราคาได้ แต่ทว่าประโยคหลังกลับทำให้เจ้าของร้านต้องล้วงแขนเสื้อ
“…แต่ว่านายแน่ใจนะว่านี่คือหญิงสาวเซ็กซี่??”
“อันนี้ยังไงก็ดูเป็นสาวน้อยมากกว่า ต่างจากหญิงสาวเซ็กซี่ราวฟ้ากับเหว”
เจอแบบนี้เข้า เจ้าของร้านก็โบกมือไปมา “ท่านลูกค้าไม่รู้หรือไง สาวน้อยคือหญิงสาวเซ็กซี่รุ่นเยาว์ ส่วนหญิงสาวเซ็กซี่ก็คือสาวน้อยในอนาคต”
“พวกนางสลับกันได้ทั้งนั้นแหละ!”
“…”
ชายหนุ่ม: ??
ชายหนุ่ม: “แล้วถ้านางไม่โตขึ้นล่ะทำยังไง”
“งั้นก็ต้องคิดเงินเพิ่ม”
ชายหนุ่ม: ??
“ท่านลูกค้า ในราชอาณาจักรศาสนจักรอาโก พวกโรคจิตที่ชอบเด็กจะต้องถูกองค์สันตะปาปาฟ้าผ่า!”
พูดถึงตรงนี้ เจ้าของร้านยังอดคิดถึงอดีตไม่ได้ “ผมเคยมีโอกาสได้เห็นฝ่าบาทใช้สายฟ้าตอนเด็ก ๆ โอ้.. เทพเจ้ากุสผู้ยิ่งใหญ่โปรดอยู่เหนือเราด้วยเถิด ฉากนั้นน่ากลัวมากจริง ๆ!”
“ไอ้พวกนอกรีตนั่นครืดเดียวก็กลายเป็นถ่านไปเรียบร้อย”
“เพราะงั้นสาวน้อยที่ถูกกฎหมายต้องคิดเงินเพิ่ม”
“…”
เห็นเจ้าของร้านยังพรั่งพรูเล่าเรื่องเก่าสมัยหนุ่มไม่หยุด ชายหนุ่มก็หันไปจ้องหญิงสาวที่เจ้าของร้านพาออกมา
“ทำอาหารเป็นไหม”
“พอทำได้นิดหน่อยค่ะท่านลูกค้า”
“ขับรถม้าได้ไหม”
“ได้ค่ะ เมื่อก่อนที่บ้านหนูเป็นคนขับรถม้าให้พ่อเอง ต่อมา…”
ดูเหมือนจะพูดถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจ หญิงสาวจึงก้มหน้า เสียงค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ
“พอได้แล้ว ๆ เจ้าของร้าน ตั้งราคามาเลย”
เห็นท่าทางหญิงสาวจะเริ่มเล่าเรื่องเก่า ๆ ชายหนุ่มตกใจรีบโบกมือขัดขึ้นมา
สองคนนี้อะไรกันเนี่ย พูดแล้วปากหุบไม่ลงเลยหรือไง?
อีกไม่นานเจ้าของร้านก็รู้ตัวว่าตัวเองเสียมารยาท เขาหัวเราะแห้ง ๆ “ขอโทษครับท่านลูกค้า ถ้าท่านต้องการสองอาทิตย์ แค่ 2 ตำลึงเงินก็พาไปได้ครับ”
“แกร่ก…”
“ไปชั่งดูสิ” เศษเงินหลายชิ้นถูกวางลงบนโต๊ะ ชายหนุ่มถามอย่างอยากรู้อยากเห็น “พวกนายค่ามัดจำเท่าไหร่”
“ไม่ต้องวางมัดจำครับท่านลูกค้า ท่านเป็นนักผจญภัยระดับกลาง พวกเราไว้ใจท่าน”
เจ้าของร้านพูดพลางชี้ไปที่ตราบนปกเสื้อของชายหนุ่ม
เห็นเป็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็หัวเราะเบา ๆ
ก็ดี
ดูเหมือนว่าความพยายามช่วงที่ผ่านมาของตัวเองจะไม่สูญเปล่า ฐานะนักผจญภัยในนครทิกได้รับการปฏิบัติที่ใช้ได้เลยทีเดียว
พูดถึงนักผจญภัย นี่คือพลังประชาชนที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนของราชอาณาจักรศาสนจักร
ทางใต้ของราชอาณาจักรศาสนจักรอาโกเป็นป่าลึกอันตราย ข้างในมีผลไม้วิเศษหายากไม่น้อย เพียงแต่นำออกมาได้โดยบังเอิญ เงินที่ขายได้ก็พอใช้จ่ายครอบครัวสามคนหนึ่งเดือน
แถมยังเป็นแบบที่มีเนื้อกินครึ่งเดือนด้วย!
เพียงแต่ว่าข้างในมีสัตว์ป่าอยู่เป็นฝูง ๆ และมีข่าวลือว่ามีคนเคยเห็นมังกรที่นั่นด้วย
นั่นคือสิ่งมีชีวิตในตำนานนะ!
ถ้าล่ามังกรได้สักหนึ่งตัว ต่อให้ต้องแต่งงานกับเจ้าหญิงของราชอาณาจักรศาสนจักร หรือได้เป็นดยุกก็ยอม!
มีทรัพยากรก็ต้องมีการค้าขาย
พ่อค้าที่มีกำลังบางคนได้กลิ่นโอกาสทำเงิน จึงก่อตั้งสมาคมนักผจญภัยขึ้น ใครก็สามารถฝากประกาศจ้างงานในสมาคมได้
และราชอาณาจักรศาสนจักรก็ยอมรับพฤติกรรมนี้เงียบ ๆ ยิ่งกว่านั้นยังมีขุนนางบางท่านมาฝากประกาศจ้างของตัวเองที่นี่ด้วยซ้ำ
สำหรับราชอาณาจักรศาสนจักรแล้ว ขอแค่แกไม่ใช่ลัทธิชั่วร้าย ทำธุรกิจแล้วก็จ่ายภาษีสุจริต จะไม่มีใครมาสนใจแก
แต่ถ้าแกเป็นพวกนอกรีต... เช่นพวกโรคจิตที่ชอบเด็กตามที่เจ้าของร้านว่า ราชอาณาจักรศาสนจักรจะสั่งสอนแกให้รู้ว่าอะไรคือการร่วมแรงร่วมใจกันดับไฟ
“เจ้าของร้าน ขอถามอะไรหน่อย”
ต่อเศษเงินที่เจ้าของร้านส่งคืนมา ชายหนุ่มหยิบเอาเฉพาะชิ้นใหญ่ ๆ ออกไป
“ในนครทิก ใครมีทหารรับจ้างที่น่าเชื่อถือที่สุด”
“อ๋า...ท่านลูกค้าถามถูกคนแล้วล่ะครับ...”
พอได้ทิป เจ้าของร้านก็ยิ้มแย้มกว้างขึ้นไปอีก ใบหน้าแก่ ๆ นั้นแทบจะย่นยิ้มเป็นดอกเก๊กฮวย “ที่ฝั่งตะวันตกของเมืองมี...”
ถ้าไม่ใช่เพราะชายหนุ่มดึงหญิงสาวที่เช่ามารีบออกไปในวินาทีสุดท้าย เจ้าของร้านคนนั้นอาจจะคุยกับเขาได้ทั้งคืน
ก่อนจากไปเขายังบ่นพึมพำสองสามคำ
“เทพเจ้ากุสผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าของร้านคนนี้เป็นมนุษย์จริงหรือเนี่ย? เดาว่าจิ้งจอกสาวคงจะเต็มใจคุยกับเขาทั้งคืนเป็นแน่”
…
ระหว่างทางไปเช่าทหารรับจ้าง หญิงสาวรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถาม “ท่านลูกค้า ข้าพเจ้าควรเรียกท่านว่าอะไรดี”
“ไม้เมี่ยน·เฟรอเจอร์ แล้วเธอล่ะ”
“ตอบท่านเฟรอเจอร์ ข้าพเจ้าเรียกอิราบาร์น่าก็พอแล้ว”
พูดจบ นางก็มองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า หวังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมา เพื่อนางจะได้หาเรื่องคุยกระชับความสัมพันธ์
แต่ไม้เมี่ยนแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ไม่คิดจะทำอะไรมากกว่านั้น
ตามคำแนะนำของเจ้าของร้าน เขาก็เช่าทหารรับจ้างร่างกำยำจำนวนหนึ่งมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่กล้าพูดว่าน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าพวกชาวบ้านผิวเหลืองซีดพวกนั้นมากโข
ดูเหมือนว่าพ่อค้าที่มาขอจ้างทหารรับจ้างในนครทิกคงไม่น้อยหนี ไม่เช่นนั้นเจ้าของที่ดินทั่วไปคงไม่กล้าจ่ายค่าเลี้ยงดูพวกมันจริง ๆ
มื้อหนึ่งพวกมันต้องกินขนมปัง 50 ก้อนหรือไง?
ทหารรับจ้างนี่สิ้นเปลืองมาก เก้าคนก็กินเงินเขาไปถึง 35 ตำลึงเงิน และค่าอาหารระหว่างทางก็ต้องออกให้ด้วย ถ้าหั่นอิราบาร์น่าออกเป็นสองซีก คงซื้อได้ตั้ง 17 ตัวครึ่ง
แต่พอนึกถึงค่าตอบแทนของภารกิจนี้ ไม้เมี่ยนก็อดหัวเราะคิกคักสองสามครั้งไม่ได้ เงินก้อนนั้นพอให้เขาซื้อที่ดินผืนใหญ่ในนครทิกได้เลยทีเดียว
หรือซื้อสาวใช้สักพันคนมาดูแลเขาทุกเวลาก็ยังได้
แค่คิดก็ทำให้ใจเต้นตึกตักเสียจริง...
อิ๊กอิ๊กอิ๊ก...
ภาพที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำเอาอิราบาร์น่าตกใจไม่น้อย นางแอบขยับตัวห่างจากไม้เมี่ยนออกไปเล็กน้อยอย่างไม่ให้ใครสังเกต
แย่ล่ะสิ! นายจ้างของตัวเองดูท่าทางจะมีอาการทางจิต
นางจะยังหลุดพ้นจากทะเลแห่งความทุกข์นี้ได้หรือไม่...
…
