“แค่ก ๆ ๆ...”
เสียงไอจากห้องฝั่งตะวันออกดังถี่และหนัก ราวกับกำลังลากสูบลมเก่าขาดวิ่น
หูซิ่วชุนสะดุ้งทั้งตัว สีเลือดบนใบหน้าซีดหายไปในพริบตา
เธอรีบยกมือรวบผม เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แล้วลนลานสวมรองเท้า
“เธอไปดูแม่ที่ห้องตะวันออกก่อน” หลี่หมิงเหอพูดเสียงเบา
หูซิ่วชุนชะงักมือ เงยหน้าจ้องหลี่หมิงเหอเขม็ง
“ฉันจะไปตามหวังไห่มาดูอาการแม่เธอ แล้วจะเอาเงินให้” หลี่หมิงเหอพูดพลางสบตาเธอ
หูซิ่วชุนจ้องหลี่หมิงเหออยู่หลายวินาที
จากนั้นก็ลุกขึ้นคว้าคอเสื้อเขาหมับ
“แกพูดแล้วต้องทำให้ได้ ถ้าแกหลอกฉัน ต่อให้ตายเป็นผีก็ไม่ปล่อยแกไว้แน่!”
พูดจบหูซิ่วชุนก็ปล่อยมือ สวมรองเท้าลวก ๆ แล้วผลักประตูไม้ห้องฝั่งตะวันตกออก
เธอเดินผ่านห้องโถงใหญ่ ตรงดิ่งไปยังห้องฝั่งตะวันออก
หลี่หมิงเหอยืนนิ่งอยู่กับที่ สูดหายใจเข้าลึก ๆ
เรื่องยุ่งเหยิงนี่ เขาต้องจัดการให้เรียบร้อย
............
บ่ายห้าโมงกว่า ฟ้ายังไม่มืด
หลี่หมิงเหอเดินออกจากลานบ้านตระกูลหู
สองข้างทางดินเป็นบ้านดินอัด กำแพงลานบ้านเรียงกองฟืนไว้อย่างเป็นระเบียบ
เสียงรถแทรกเตอร์คำรามดังมาจากลานส่วนรวมไกลออกไปเป็นระยะ ยังมีเสียงหมาเห่าแว่วมาเป็นครั้งคราว
กลางวันแสก ๆ แบบนี้...ก็ไม่ได้นอนกันจริง ๆ
หลี่หมิงเหอเดินไปตามถนนดิน มุ่งหน้าเข้าไปกลางหมู่บ้าน
บ้านหวังไห่อยู่ไม่ไกล เดินไปแค่ 2 นาทีก็ถึง
หวังไห่เป็นหมอเท้าเปล่าของหมู่บ้านตงถุน อายุ 26 ปี ฝีมือรักษานับว่าใช้ได้ในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้าน เพียงแต่ใบสั่งยาที่เขาจัดให้มักพิกลอยู่บ้าง
แถมยังเป็นคนพูดมากประเภทที่ถ้าไม่ได้พูดทั้งวันคงอึดอัดจนตาย
เอี๊ยด!
หลี่หมิงเหอผลักประตูรั้วบ้านหวังไห่
หวังไห่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก กำลังยกแก้วชาขนาดใหญ่กรอกน้ำอึก ๆ
พอได้ยินเสียงประตูรั้ว เขาก็วางแก้วชาแล้วเช็ดปาก
“อ้าว นี่ไม่ใช่เจ้าสามหรอกหรือ?” หวังไห่เลิกคิ้ว ก่อนตะโกนเสียงดัง “วันนี้ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง ถึงได้มาหาฉัน? ปกตินายไม่ไปเดินเตร่ในอำเภอ ก็เอาแต่เดินเล่นในหมู่บ้าน วันนี้นึกยังไงถึงได้มาหาฉันถึงบ้าน?”
“พี่ไห่ หยิบกล่องยาแล้วไปกับผมหน่อย” หลี่หมิงเหอบอกจุดประสงค์ตรง ๆ “ไปบ้านหูซิ่วชุน ช่วยดูอาการแม่เธอที”
หวังไห่ได้ยินแล้วก็โบกมือ
“ฉันดูอาการป้าจางมาหลายรอบแล้ว ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แค่ร่างกายอ่อนแอเกินไป แถมยังกลัดกลุ้มจนป่วย ยาก็พอช่วยได้บ้าง แต่ตำรับยาของฉันค่อนข้างแปลก ต้องใช้ดินในเตามาต้มกับสมุนไพรอีกสองสามอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือต้องบำรุง”
“บำรุงหรือ?”
“ใช่น่ะสิ ต้องให้กินของดี ๆ ดื่มแต่น้ำต้มรากหญ้า เปลือกไม้กับผักป่า จะช่วยอะไรได้? ต้องได้กินเนื้อบ้าง ร่างกายป้าจางทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงมานานแล้ว”
“พี่ไปดูกับผมก่อนเถอะ” หลี่หมิงเหอเร่ง
“ได้ ๆ ไปก็ไป” หวังไห่เข้าไปในบ้าน ยกกล่องยาออกมา แล้วเดินตามหลี่หมิงเหอไป
ตลอดทางหวังไห่พูดไม่หยุด
“เจ้าสาม วันนี้นายเป็นอะไรไป? ปกติแม้แต่งานในนาาของตัวเองยังไม่ทำ วันนี้ทำไมถึงไปยุ่งเรื่องของป้าจางล่ะ?”
“อย่าบอกนะว่านายถูกใจซิ่วชุน?”
“ฉันเตือนนายไว้ก่อนนะ ซิ่วชุนขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงรักนวลสงวนตัวในละแวกสิบลี้แปดหมู่บ้าน อย่าไปยุ่งกับเธอเชียว อีกอย่าง ถ้าพ่อนายรู้ว่านายไปยุ่งกับซิ่วชุน มีหวังเอาด้ามจอบตีขาหักแน่”
แม่ลูกหูซิ่วชุนเป็นคนอาภัพ ไม่มีใครในหมู่บ้านคิดรังแกพวกเธอ บางครั้งยังช่วยเหลือกันด้วย
หลี่หมิงเหอเดินนำอยู่ข้างหน้า ไม่พูดสักคำ ปล่อยให้หวังไห่บ่นพึมพำอยู่ด้านหลัง
พอมาถึงหน้าประตูรั้วบ้านหูซิ่วชุน หลี่หมิงเหอก็หยุดเท้า
“พี่ไห่ สั่งยาอะไรพี่ก็สั่งได้เลย ค่าใช้จ่ายผมจ่ายเอง”
หวังไห่หยุดเดิน แล้วกวาดตามองหลี่หมิงเหอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ฮะ ๆ...นายจ่ายหรือ?” หวังไห่หัวเราะ “เจ้าสาม กระเป๋านายสะอาดยิ่งกว่าหน้าเสียอีก จะเอาอะไรจ่าย? ปกติแค่ซื้อบุหรี่ต้าเฉียนเหมินสักซองยังต้องไปขอเงินแม่ แล้วนายมีเงินซื้อยาให้ป้าจางหรือไง? อย่าบอกนะว่ามาหลอกให้ฉันขำเล่น?”
“ยังไงผมก็จะจ่ายให้พี่ ไม่ขาดแม้แต่เฟินเดียว”
“ได้ ยาก็ไม่ได้แพงอะไร ฉันลงบัญชีนายไว้ก่อนแล้วกัน” หวังไห่ยกกล่องยาขึ้นพาดบ่า “แต่เมื่อกี้ฉันบอกแล้วว่าอาการป้าจางต้องบำรุง แค่จ่ายค่ายาอย่างเดียวไม่พอ ทางที่ดีหามาให้สักตัว เอาไปต้มเป็นน้ำแกงให้เธอกิน ดื่มน้ำแกงไก่สักสองมื้อยังดีกว่ากินยาอะไรทั้งนั้น”
หาไก่มาสักตัวหรือ?
ตอนนี้จะไปหาไก่จากไหน?
แม่ไก่ไข่สองตัวที่บ้านหูซิ่วชุนขายไปแลกเงินซื้อยาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ในลานบ้านไม่มีแม้แต่ขนไก่
บ้านตัวเองมีแม่ไก่อยู่สองตัว เลี้ยงไว้ในห้องเก็บฟืน นาน ๆ ถึงจะออกไข่สักฟอง แต่เอาไปไม่ได้
ไก่สองตัวนั้นเป็นหัวใจของแม่ เลี้ยงไว้ให้ออกไข่เอาไปแลกเกลือ ถ้าเขากล้าแตะ พ่อคงเอาด้ามจอบตีขาหักจริง ๆ
“ได้ ผมจะไปหาไก่มาเอง พี่เข้าไปดูอาการก่อน”
“ได้” หวังไห่ผลักประตูรั้วแล้วเดินเข้าไป
หลี่หมิงเหอหันหลังวิ่งกลับบ้านทันที
บ้านตระกูลหลี่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ใกล้เชิงเขาด้านหลัง
เขาวิ่งเข้าไปในลานบ้าน ก็เห็นหลี่หมิงไห่ พี่ชายคนโต นั่งยอง ๆ อยู่หน้าห้องเก็บฟืนทางซ้ายของลาน
หลี่หมิงไห่ล่าสัตว์เป็น ในมือกำลังถือไก่ฟ้าตัวหนึ่ง ข้าง ๆ มีอ่างน้ำร้อน เขากำลังถอนขนไก่ฟ้า
ขนของไก่ฟ้าสีสันสดใส ตัวก็ไม่เล็ก ดูท่าคงเพิ่งล่ากลับมาจากบนเขา
ในห้องด้านนอก พี่สะใภ้เฉินหมิ่นกำลังยุ่งกับงานบ้าน
ตรงหน้าประตูห้องโถงใหญ่ พ่อหลี่ต้าชงกับแม่โจวเสี่ยวเหมยเพิ่งกลับจากนา
หลี่ต้าชงสวมเสื้อผ้าที่ปะชุนเต็มไปหมด หลังค่อมเล็กน้อย กำลังนั่งยอง ๆ ล้างเท้าข้างอ่างน้ำ
ผมของโจวเสี่ยวเหมยเริ่มหงอกเป็นสีดอกเลา เธอกำลังล้างมืออยู่ข้าง ๆ
พี่ชายคนรอง หลี่หมิงเจียง ไม่อยู่ในลานบ้าน คาดว่ายังทำงานอยู่ในนาและยังไม่กลับมา
พี่น้องสามคนมีชื่อไห่ เจียง เหอ มีเพียงพี่ชายคนโตที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน
หลี่หมิงเหอหอบหายใจวิ่งเข้ามาในลานบ้าน
ทุกคนรู้ว่าเขากลับมาแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจ
คนในครอบครัวไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ต่อการปรากฏตัวของหลี่หมิงเหอ
ในสายตาพวกเขา ลูกชายคนที่สามคนนี้เอาแต่เกียจคร้านทั้งวัน ไม่ถึงเวลาอาหารก็ไม่กลับบ้าน ตอนนี้กลับมาก็คงหิวอีกแล้ว
พูดให้ชัดก็คือ พวกเขาผิดหวังในตัวหลี่หมิงเหอมากเกินไป
ชาติที่แล้ว หลังหลี่หมิงเหอหาเงินจากข้างนอกได้เป็นครั้งแรกและกลับบ้าน เขาถึงได้รู้ข่าวการตายของหูซิ่วชุน เขาหม่นหมองอยู่ที่บ้านนานมาก
ต่อมาเขาใช้เงินจนหมด แล้วยังกลับมาขอเงินที่บ้าน พอครอบครัวไม่ให้ เขาก็แอบขายแม่ไก่สองตัว ขโมยเงิน 30 หยวนสุดท้ายที่บ้านเหลืออยู่ แล้วออกไปเป็นพ่อค้าเร่ต่อ
ใครจะคิดว่าเขาจะถูกจับ เพราะทำตัวเหิมเกริมเกินไป ไปขายของที่ไม่ควรขาย
ครอบครัวพยายามช่วยเขาจนหมดเนื้อหมดตัว ทั้งขายบ้าน ทั้งหยิบยืมเงินจากญาติมิตร แต่ก็ยังช่วยหลี่หมิงเหอไม่ได้
หลี่หมิงเหอถูกตัดสินจำคุก 10 ปี
ช่วงปีแรก ๆ พ่อแม่ พี่ชายทั้งสองคน รวมถึงลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้าน ยังมาเยี่ยมเขา ต่อมาเมื่อได้ยินว่าพ่อแม่ล้มป่วย เขาก็เสียใจจนแทบขาดใจ
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาอีก เขารู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ช่างไร้ความหมาย
ปีที่สี่ในเรือนจำ เขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลับมาอยู่บนเตียงเตาที่เพิ่งคลอเคลียกับหูซิ่วชุนเมื่อครู่นี้
“พ่อ ที่บ้านยังมีเงินเหลือไหม?” หลี่หมิงเหอถามอย่างกระอักกระอ่วน
ตอนนี้ต้องจัดการเรื่องตรงหน้าก่อน ส่วนเรื่องหลังจากนี้...เขาจะพยายามหาเงินให้ได้มาก ๆ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
การเป็นพ่อค้าเร่เป็นหนทางหาเงินที่ดีมาก
ด้วยประสบการณ์จากชาติที่แล้ว เขาเชื่อว่าชาตินี้จะไม่ทำผิดซ้ำรอยเดิมอีก
