เมียชาวบ้านผู้หลงใหลการพนัน ชะตาหญิงงาม

ตอนที่ 4 นัดไพ่นกกระจอก

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เว่ยหงเสียถูกเขาทับจนหายใจไม่ออก ผลักเขาไปทีหนึ่ง “ลุกไป”

เจ้าเสียงลุกขึ้นยืน ดึงกางเกงขึ้น แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

เว่ยหงเสียพิงกำแพงไม่ขยับ ขาเริ่มอ่อนแรง เธอค่อย ๆ ก้มตัวลง ดึงกางเกงวอร์มที่ร่วงลงไปถึงข้อเท้าขึ้นมา นิ้วสั่นเล็กน้อย ตอนรัดเชือกยางยืดเอว เธอพบว่ามือตัวเองสั่น สั่นจนรัดไม่ได้

เจ้าเสียงยืนห่างออกไปสองก้าว ล้วงบุหรี่จากกระเป๋ามาจุด

ชั่ววินาทีที่เปลวไฟจากไฟแช็ควูบขึ้นมา เว่ยหงเสียเห็นหน้าของเขา ยังเหมือนเดิม ไม่มีอารมณ์ใด ๆ เหมือนกำแพงดินที่ไม่ได้ทาสี

“จบใช่ไหม” น้ำเสียงเว่ยหงเสียแหบแห้งไม่เหมือนเธอเอง

เจ้าเสียงสูบบุหรี่หนึ่งที ไม่พูดอะไร

“ฉันถามแกว่าจบหรือยัง!” จู่ ๆ เสียงของเว่ยหงเสียก็ดังขึ้น สะท้อนก้องในตรอกแคบ ๆ

เจ้าเสียงมองเธอแวบหนึ่ง แล้วค่อย ๆ พยักหน้า

เว่ยหงเสียหันหลังเดินจากไปทันที ฝีเท้าเร็วมาก เกือบจะวิ่ง รองเท้าแตะกระทบพื้นดินดังแปะแปะ

เธอไม่กล้าหันหลังกลับ และไม่กล้าหยุด ราวกับว่าถ้าหยุดเมื่อไหร่จะเป็นลมล้มลงตรงนั้น เธอเดินผ่านตรอกสองสาย เลี้ยวมุมหนึ่ง ในที่สุดก็เห็นประตูเหล็กสีหลุดลอกของบ้านตัวเอง

เธอล้วงกุญแจออกมา จิ้มอยู่หลายครั้งกว่าจะเสียบเข้ารูกุญแจ ผลักประตูเปิด พุ่งตัวเข้าไป ปิดประตูกลับมือ ลงกลอนประตู แล้วร่างทั้งร่างก็ไถลลงไปนั่งกับพื้นพิงบานประตู

เธอไม่ได้ร้องไห้ น้ำตามันเหือดแห้งไปนานแล้ว อาจจะหลังจากออกมาจากบ้านหวังเหล่าซานสักครั้ง หรือหลังจากออกจากบ้านหลีเจี่ยจื่อสักครั้ง เธอจำไม่ค่อยได้แล้ว

รู้แต่ว่าตอนนี้เบ้าตาแห้งผาก ในใจก็แห้งผาก เหมือนบ่อน้ำเก่าที่ถูกแดดเผาจนแห้งขอด

เว่ยหงเสียนั่งบนพื้นนานมาก นานจนก้นเย็นเฉียบ

แล้วเธอก็ได้ยินเสียงมือถือดังขึ้น เธอล้วงมือถือจากกระเป๋า แสงสีฟ้าจากหน้าจอสว่างขึ้นฉายครึ่งหน้าของเธอ

เป็นข้อความที่หลีเจี่ยจื่อส่งมา ประโยคเดียว “หงเสีย พรุ่งนี้บ่ายสามเส้า ขาดอีกคน เธอมาไหม”

เว่ยหงเสียนิ่งมองข้อความนี้อยู่นาน นิ้วค้างบนหน้าจออยู่นานมาก สุดท้ายพิมพ์ไปคำเดียวว่า “มา”

แล้วกดส่ง

เธอปามือถือลงบนพื้น ล้วงซองบุหรี่จากกระเป๋า เปล่าแล้ว เธอบี้ซองเปล่าจนแบน โยนไปที่มุมห้อง รวมกับกองซองเปล่าที่กองพะเนินอยู่

เว่ยหงเสียนั่งอยู่บนพื้นแบบนั้น ซบหน้าลงบนเข่า

ในบ้านเงียบมาก นาฬิกาแขวนเรือนเก่าบนผนังดังติ๊กต็อก ๆ แต่ละเสียง เหมือนมีใครเอาค้อนทุบกระดูกเธอ

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน มือถือก็สั่นอีกครั้ง

เว่ยหงเสียเงยหน้าขึ้น เก็บมือถือมา ไม่ใช่หลีเจี่ยจื่อ เป็นหวังเหล่าซาน

หวังเหล่าซานส่งข้อความเสียงมา เธอกดเปิด เสียงแหบแห้งของหวังเหล่าซานดังขึ้นในห้องโถงว่างเปล่า

“หงเสีย เรื่องที่เธอถามฉันตอนกลับไปเมื่อกี้ ฉันคิดดูแล้ว ถ้าเธอเต็มใจจะอยู่กับฉันจริง ๆ ฉันจะกลับไปหย่ากับอีหน้าซีดนั่น”

เว่ยหงเสียฟังข้อความเสียงนี้จบ จู่ ๆ ก็หัวเราะออกมา

เสียงหัวเราะเบามากเหมือนเสียงลมพัดผ่านใบไม้แห้ง ฟังดูแหบพร่า

เธอไม่ได้ตอบหวังเหล่าซาน คว่ำมือถือลงบนพื้น แล้วนอนลง พื้นปูนเย็นเฉียบ เธอขดตัวเหมือนแมลงที่ถูกเหยียบแบน

เพดานมีรอยร้าว แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ตรงกับรอยร้าวนั้นพอดี

เว่ยหงเสียจ้องรอยร้าวนั้น นึกถึงครั้งก่อนที่บ้านหวังเหล่าซาน เธอก็จ้องเพดานแบบนี้ คำนวณแต้มไพ่

วันนี้เธอไม่อยากคำนวณอะไรแล้ว

เธอหลับตา ใบหน้าไร้อารมณ์ของเจ้าเสียงก็ลอยขึ้นมาอีก จากนั้นก็เป็นดวงตาที่ชอบชำเลืองมองเข้าไปในคอเสื้อของหวังเหล่าซาน จากนั้นก็เป็นรอยยิ้มปากเบี้ยวของหลีเจี่ยจื่อ แล้วก็เป็นมือชุ่มเหงื่อของจางเหลาอู่

ทีละคน ๆ วนเวียนอยู่ตรงหน้าเธอเหมือนโคมหมุนลูกท้าย ๆ ที่ลอยขึ้นมาคือหน้าของหลิวผิงขุย

เขายืนอยู่หน้าประตูพักหนึ่ง เหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร หันหลังเดินจากไป

เว่ยหงเสียลืมตาขึ้นทันที รอยร้าวนั้นยังอยู่บนเพดาน แสงจันทร์ยังส่องมาที่เธอ ทุกอย่างไม่เปลี่ยนไปเลย

แต่จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่า รอยร้าวเหมือนจะกว้างขึ้นอีก

เว่ยหงเสียถูกแสงแดดปลุกให้ตื่น แสงอาทิตย์ส่องผ่านรูที่หน้าต่างเข้ามา ตกบนหน้าเธอพอดี ร้อนเหมือนเอาเหล็กจี้

เธอพลิกตัว ท้ายทอยกระแทกกับพื้นปูนแข็ง ๆ เจ็บจนฟันซี่สีข้างกัน

ถึงได้นึกขึ้นว่า ตนนอนบนพื้นมาหนึ่งคืน เธอลุกขึ้นนั่ง กระดูกทั้งตัวเหมือนหลุดออกจากกัน โดยเฉพาะเอว ปวดจนยืดตัวตรงไม่ได้ คอตกหมอน ขยับนิดก็ปวด

เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนพิงกำแพง ขาชาหมดความรู้สึก เดินไปสองก้าว เหมือนเหยียบอยู่บนก้อนสำลี

ที่เขี่ยบุหรี่ในห้องโถงเต็มไปด้วยก้นบุหรี่ บนพื้นยังมีซองบุหรี่เปล่าโยนอยู่อีกหลายซอง เธอมองนาฬิกาบนผนัง เกือบสิบโมงแล้ว

มือถืออยู่บนพื้น เธอก้มลงหยิบขึ้นมา บนหน้าจอมีข้อความยังไม่ได้อ่านเจ็ดข้อความ

หวังเหล่าซานสามข้อความ หลีเจี่ยจื่อสองข้อความ และอีกสองข้อความเป็นเบอร์ที่เธอไม่รู้จัก ถามว่าจะกู้เงินไหม

ข้อความหวังเหล่าซานเธอขี้เกียจอ่าน ของหลีเจี่ยจื่อกลับกดเปิดดู

“หงเสีย เที่ยงวัน บ้านหวังเหล่าซาน สามเส้าขาดหนึ่ง”

“เธอตอบบ้างสิ มาไม่มา”

เว่ยหงเสียปามือถือลงบนเตียง ไปหาของกินในครัว

ในหม้อมีข้าวเย็นของเมื่อวานซืน บนเตามีผักดองครึ่งถ้วย บูดแล้ว เธอดมดู แล้วเทผักดองลงถังขยะ ชงข้าวเย็นด้วยน้ำร้อน กินคู่กับต้นหอม

กินข้าวเสร็จ เธอยืนอาบน้ำใต้ก๊อก ตอนต้นฤดูใบไม้ร่วงน้ำเริ่มเย็นแล้ว ราดลงบนตัวจนขนลุก

เธอกัดฟันอาบจนเสร็จ ใช้ผ้าขนหนูเก่า ๆ เช็ดตัวให้แห้ง แล้วยืนส่องกระจกดูตัวเอง

ผู้หญิงในกระจกหน้าซีดเหลือง ถุงใต้ตาเหี่ยว มุมตาริ้วรอยเล็ก ๆ เหมือนจะลึกกว่าตอนวานนี้

เธอยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง ผิวแห้งเหมือนกระดาษทราย เธอหยิบครีมวาสลีนกระป๋องนั้นมาบีบเป็นก้อนใหญ่ ป้ายบนหน้า นวดแรง ๆ จนหน้าแดง

ตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอพบว่าชุดชั้นในมีคราบเหลืองจาง ๆ ซักไม่ออก เธอขยำชุดชั้นในตัวนั้นเป็นก้อนยัดเข้าไปลึกสุดในตู้เสื้อผ้า แล้วเปลี่ยนตัวใหม่

ตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง เธอออกจากบ้าน แดดจ้ามาก ส่องจนถนนยางมะตอยนิ่ม

เว่ยหงเสียสวมหมวกฟาง ใส่เสื้อแขนยาวลายดอก กลัดกระดุมถึงเม็ดบนสุด

เดินผ่านร้านค้าเล็กปากหมู่บ้าน เถ้าแก่เนี้ยจางชุ่ยฮวากำลังนั่งแกะถั่วแระอยู่หน้าประตู เห็นเธอ แสร้งยิ้มทักทาย “โอ๊ะ หงเสีย วันนี้แต่งตัวมิดชิดจัง กลัวแดดเหรอ”

เว่ยหงเสียรับคำในลำคอ ไม่หยุดเดิน

จางชุ่ยฮวาพูดงึมงำกับคนข้าง ๆ ข้างหลังเธอ เสียงไม่ดังไม่เบา พอดีให้เว่ยหงเสียได้ยิน “ต่อให้แต่งตัวมิดชิดยังไงก็ไร้ประโยชน์ ข้างในเป็นยังไงใคร ๆ ก็รู้”

คนข้าง ๆ หัวเราะ

ฝีเท้าเว่ยหงเสียชะงักไปนิด แต่ไม่ได้หันกลับ เธอเดินต่อไป ง่ามหมวกฟางกดลงต่ำปิดบังครึ่งหน้า

ที่บ้านหวังเหล่าซานจัดโต๊ะไว้แล้ว หลีเจี่ยจื่อมาแล้ว เจ้าเสียงก็มาแล้ว

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป