ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างพากันส่งเสียงอุทานไม่ขาดสาย
“ว้าว! เสิ่นเยว่กำลังสานภาชนะอยู่หรือเปล่า?”
“เหมือนกำลังสานตะกร้าจากเถาวัลย์เลย มือของเสิ่นเยว่คล่องแคล่วมาก สานได้แน่นและแข็งแรง ดูเหมือนช่างฝีมือชำนาญเลย เมื่อก่อนเธอไม่ใช่ดาราหรือ แล้วทำเป็นได้ยังไง?”
“เสิ่นเยว่ช่างมีความสามารถรอบด้าน รักเลย รักเลย!”
สิ่งที่เสิ่นเยว่กำลังสานคือตะกร้าสะพายหลัง
เมื่อวานนี้ เพราะแบกหีบสมบัติหายากอยู่ ผลกีวีและผักขมป่าที่เธอเก็บมาจึงมีที่ใส่
แต่ต่อไปเวลาออกไปข้างนอก เธอคงไม่แบกหีบสมบัตินั่นไปเป็นภาชนะทุกครั้งหรอกนะ!
เพราะอย่างนั้น วันนี้ตอนตัดเถาวัลย์ไปทำกับดัก เธอจึงตัดมาเผื่ออีกหน่อย จะได้เอามาสานตะกร้าไว้ใส่ของ
เธอสานได้รวดเร็ว พละกำลังอันมหาศาลทำให้เถาวัลย์ในมือเชื่องราวกับริบบิ้น
ส่วนปลายนิ้วที่คล่องแคล่วก็ทำให้เธอสอดเถาวัลย์ไปมาตามใจนึกได้
ไม่นาน ตะกร้าใบหนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย
เสิ่นเยว่หยิบเถาวัลย์อีกหลายเส้นมาสานไขว้กันให้เป็นเกลียวหนาสองเส้น จากนั้นก็ผูกยึดมันเข้ากับตะกร้า
ตะกร้าสะพายหลังที่เรียบง่ายและใช้งานได้จริงก็เป็นอันเสร็จ
“เสร็จแล้ว!”
เสิ่นเยว่ทอดมองตะกร้าสะพายหลังอย่างพึงพอใจ
พอหันไป ก็เห็นพี่หัวแบนที่อยู่ข้างกายกลืนน้ำลายไม่หยุด เดินวนรอบกองไฟไปมา
“พี่หัวแบนทุกตัวตะกละแบบนายหมดเลยหรือไง?”
เสิ่นเยว่หัวเราะเบา ๆ พลางมองมันแล้วพูดว่า “ตั้งแต่เราอยู่ด้วยกันมา ทั้งงู เป็ด หมี กระต่าย จนมาถึงไก่ป่าตอนนี้ นายเข้าใจเรื่องอาหารหลากหลายได้ลึกซึ้งจริง ๆ นะ!”
