หลังจากสังหารปัชชากับนาหลงอย่างเด็ดขาด ความโกรธในใจของเสิ่นเยว่ก็สงบลงไปบ้างในที่สุด
เธอตรวจดูอาการของโจวหลานอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่ายาที่กินเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์แล้ว สัญญาณชีพของโจวหลานก็ทรงตัวชั่วคราว จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นเธอก็สำรวจสภาพภายในถ้ำ
ศพของปัชชากับนาหลงสลายเป็นแสงสีขาวหายไปทันทีหลังสิ้นลมหายใจ
ต้องยอมรับว่ากฎข้อนี้ช่วยให้เสิ่นเยว่ประหยัดแรงไปได้มาก ไม่ต้องลงมือจัดการศพด้วยตัวเอง
ตอนนี้เมื่อไม่มีศพอยู่ให้ขัดตา ถ้ำแห่งนี้ก็พอจะใช้เป็นที่พักชั่วคราวได้
อย่างไรเสีย โจวหลานยังหมดสติอยู่ บาดแผลทั่วร่างยังไม่หายดี หากเคลื่อนย้ายอย่างผลีผลามกลับจะเป็นผลเสียต่อการฟื้นตัว
เมื่อเห็นว่าโจวหลานยังหลับอยู่ เสิ่นเยว่จึงหยิบฟืนออกจากเป้ จุดไฟเพื่อไม่ให้โจวหลานที่เสียเลือดมากต้องหนาว
เธอหยิบหนังหมาป่าออกมาอีกสองผืน ผืนหนึ่งปูรองใต้ตัวโจวหลาน อีกผืนใช้ห่มให้
จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เธอจึงหยิบหนังหมาป่าออกมาอีกสองผืน ปูเป็นที่นอนให้ตัวเองแล้วพักสักครู่
ก่อนหน้านี้เพื่อตามหาโจวหลาน เธอรักษาความเร็วสูงสุดและใช้พลังจิตอย่างเต็มกำลังเพื่อตามร่องรอยของอีกฝ่ายมาตลอด
พอมาคิดดูตอนนี้ ในใจก็ยังอดรู้สึกโล่งใจไม่ได้
โชคดีที่เธอทุ่มสุดกำลัง จึงมาถึงได้ทันเวลา
ไม่อย่างนั้น หากโจวหลานตายจริง ๆ หรือถูกไอ้เดรัจฉานสองคนนั้นย่ำยี
