เสิ่นเยว่แบกหีบสมบัติหนักอึ้งกลับมาถึงที่พักพิง ตอนนั้นก็ใกล้เที่ยงแล้ว
เธอวางหีบสมบัติลงอย่างระมัดระวังตรงมุมหนึ่งของถ้ำ พอหันกลับมาก็เห็นพี่หัวแบนนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ
ดวงตากลมโตคู่หนึ่งจ้องกระต่ายป่าบนพื้นเขม็ง ปลายหางยังแกว่งไปมาเบา ๆ
ท่าทางน้ำลายสอของมันชวนให้คนอดหัวเราะไม่ได้จริง ๆ
เสิ่นเยว่ยิ้ม ก่อนจะลงมือทันที เธอหยิบเกลือเม็ดล้ำค่าออกมาจากถุงผ้าใบเล็ก แล้วทาให้ทั่วเนื้อกระต่าย เพื่อให้ความเค็มค่อย ๆ ซึมเข้าเนื้อ ย่างแล้วจะได้รสชาติดียิ่งขึ้น
จากนั้นเธอก็เขี่ยกองไฟอย่างคล่องแคล่ว ปลุกถ่านที่ยังคุให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง แล้วตั้งหม้อน้ำสะอาดต้ม
พอน้ำเดือดหม้อแรก เธอก็ราดน้ำลงบนเป็ดสองตัว ลวกจนทั่วแล้วตักน้ำใส่หม้อต้มต่อ
ระหว่างรอน้ำเดือด เสิ่นเยว่ยกเป็ดป่าที่ลวกแล้วขึ้นมา เริ่มจัดการถอนขน
เธอถอนขนยาวแข็งชั้นนอกออกอย่างรวดเร็ว
แต่พอเห็นขนอ่อนที่โผล่ออกมาหลังขนชั้นนอกหลุดไป มือของเธอก็ชะงัก
ฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน ลมหนาวในแดนรกร้างจะยิ่งทวีความหนาวเหน็บ
ขนอ่อนพวกนี้เป็นวัสดุกันหนาวจากธรรมชาติที่หาได้ยาก จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้
คิดได้ดังนั้น เสิ่นเยว่จึงหยิบใบไม้แผ่นใหญ่สองสามใบมาเก็บขนอ่อนที่ถอนออกไว้ก่อน รอมีเวลาค่อยจัดการทีหลัง
พอถอนขนเป็ดป่าสองตัวแรกเสร็จ น้ำในหม้อก็เดือดพอดี เธอทำขั้นตอนเดิมต่อ ลวกเป็ดป่าอีกสองตัวแล้วถอนขน
พี่หัวแบนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเธอไม่ยอมย่างกระต่ายเสียที ก็เดินวนรอบกองไฟไม่หยุด ส่งเสียงครางงุ้งงิ้งนุ่มนิ่มเร่งเร้าเธอ
