ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดพากันฮือฮาขึ้นมาทันที ข้อความแสดงความคิดเห็นหลั่งไหลไม่ขาดสาย:
“น้องโจวหลานเก่งมาก! ลงมือครั้งแรกก็ฆ่าสุนัขจิ้งจอกลายครามได้รวดเดียวสามตัว สมกับเป็นศิษย์ที่พี่เยว่สอนมา!”
“พูดได้ถูกต้อง! อาจารย์เก่ง ศิษย์ก็ย่อมเก่งตาม พี่เยว่สอนได้ดี น้องโจวหลานก็ไม่ทำให้ผิดหวัง! จังหวะลงมือซ้ำเมื่อครู่นั้น แม้เผชิญอันตรายก็ยังไม่ลนลาน ใครจะดูออกว่านี่คือนักศึกษามหาวิทยาลัยตัวบางที่ใสซื่อจนดูทึ่มกันล่ะ!”
“ประเทศมังกรของเราสามัคคีกันดีจริง ๆ คนหนึ่งเต็มใจสอน อีกคนก็ตั้งใจเรียน ต่างจากบางประเทศที่แค่แย่งเศษเสี้ยวจิตเทพกัน ยังลงไม้ลงมือกับพวกเดียวกันเองได้! ฮ่า ๆ ๆ!”
เสิ่นเยว่ย่อตัวลง หยิบมีดสั้นออกมาถลกหนังสุนัขจิ้งจอกลายครามอย่างคล่องแคล่ว พลางอธิบายให้โจวหลานฟังไปด้วย “ตอนถลกหนัง ให้กรีดตื้น ๆ แล้วเลาะไปตามร่องระหว่างหนังกับชั้นไขมัน...”
โจวหลานย่อตัวอยู่ข้าง ๆ คอยดูอย่างตั้งใจ จำทุกขั้นตอนไว้ในใจ
หลังเสิ่นเยว่สาธิตตัวหนึ่งเสร็จ เธอก็ผงกคางไปทางโจวหลานเป็นสัญญาณให้ลงมือกับตัวถัดไป
โจวหลานไม่ลังเลเลยสักนิด เธอหยิบมีดสั้นขึ้นมาอย่างว่าง่าย แล้วเริ่มกรีดหนังของสุนัขจิ้งจอกลายครามตัวที่สอง
ท่าทางของเธอยังเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง แต่ทุกครั้งที่กรีดก็ลงมีดตรงตำแหน่งที่เสิ่นเยว่เพิ่งสอนไว้
กว่าจะจัดการสุนัขจิ้งจอกลายครามทั้งสองตัวเสร็จ ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว
โจวหลานเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก มองหนังกับเนื้อที่จัดการและห่อเก็บเรียบร้อยแล้ว รู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างยิ่ง
