ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดของโจวหลานกับเสิ่นเยว่เห็นท่าทางตกตะลึงของโจวหลานแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่า ๆ ๆ น้องโจวหลานถามได้ตรงใจฉันจริง ๆ! ฉันก็อยากถามพี่เยว่มาตลอดว่าเป็นเทพเซียนหรือเปล่า!”
“พี่เยว่คงแอบขำอยู่ในใจแน่ ๆ ถ้าไม่กลัวว่าโจวหลานจะกินไม่หมด ในเป้ยังมีเนื้ออีกเพียบเลย!”
“ใช่แล้ว ยังมีเนื้อหมี เนื้อเสือดาว เนื้อแมวป่าลิงซ์ เนื้องู เนื้อกวาง แล้วก็ผักขมป่า ผักขึ้นฉ่ายน้ำ ส่วนผลไม้ก็มีเกาลัดกับกีวีด้วยนะ! เฮ้อ ของเยอะเกินไปจนไม่รู้จะกินอะไรนี่ก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวเหมือนกัน!”
“คนข้างบนพูดเกินไปแล้ว ฉันเองก็อยากมีปัญหาแบบนี้บ้าง!”
“เมื่อกี้ฉันยังสงสารโจวหลานอยู่เลย พอเห็นอาหารพวกนี้แล้วน้ำลายไหลแทบหยด... ดูเหมือนตอนนี้คนที่น่าสงสารจะเป็นฉันแทนแล้ว!”
เสิ่นเยว่เห็นท่าทางตกตะลึงของโจวหลานก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนยื่นตะเกียบให้ “รีบกินเถอะ ยังร้อน ๆ อยู่ เธอบาดเจ็บหนักขนาดนี้ต้องกินเยอะหน่อย จะได้หายเร็ว ๆ”
โจวหลานจ้องอาหารหอมกรุ่นเต็มโต๊ะอย่างเหม่อลอย กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนถามอย่างยังตั้งสติไม่ค่อยได้ “พี่เสิ่นเยว่... เป้ของพี่ใบใหญ่แค่ไหนกันแน่ ถึงใส่ของได้เยอะขนาดนี้?”
“อารยธรรมชั้นสูงให้เป้มิติความจุสูงกับฉันมา ข้างในเวลาหยุดนิ่ง อาหารตอนใส่เข้าไปเป็นยังไง พอเอาออกมาก็ยังเป็นอย่างนั้น” เสิ่นเยว่พูดพลางตักซุปเป็ดตุ๋นใส่ชามแล้วยื่นให้ “ดื่มซุปให้อุ่นท้องก่อน เธอเสียเลือดไปมาก ต้องบำรุงให้ดี”
