เจ้าหญิงอันนาเบลล์ยิ้มบาง ๆ หลังได้ยินคำพูดนั้น “ฝ่าบาท หม่อมฉันอายุ 26 ปีแล้ว แม้ตอนนี้ยังสาว แต่สักวันก็ต้องแก่ลง หม่อมฉันไม่อยากรอจนใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแล้วค่อยมาเสียใจที่ไม่ได้คว้าโอกาสเอาไว้”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย “ดังนั้นยาคงโฉมเม็ดนี้ หม่อมฉันเองก็อยากได้มากเช่นกัน ฝ่าบาทโปรดเมตตายกให้หม่อมฉันได้หรือไม่?”
กษัตริย์ซัลมานมองเธอ เงียบไปหลายวินาที ก่อนจะหัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน “น่าสนใจ น่าสนใจจริง ๆ”
กษัตริย์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะพกเงินมามากพอ แต่ก็ไม่อยากดึงความสนใจและกลายเป็นเป้าโจมตีมากเกินไป
หากประมูลยาคงโฉมเม็ดนี้ได้ แล้วอีกเดี๋ยวยังได้ยาต่ออายุขัยอีก เขาก็จะมียาอยู่ในมือถึงสามเม็ด
แม้ตอนอยู่ที่นี่จะปลอดภัยดี แต่หลังออกจากสถานที่แห่งนี้ไป ก็อาจมีคนบ้าที่ยอมเอาเงินแต่ไม่ห่วงชีวิตมาหาเรื่องเขา การมีมิตรเพิ่มย่อมดีกว่ามีศัตรูเพิ่ม
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาจึงหันไปกล่าวกับอันนาเบลล์ว่า “ในเมื่อเจ้าหญิงน้อยต้องการ เช่นนั้นเราก็ยกให้ ถือเสียว่าติดหนี้น้ำใจครั้งหนึ่ง”
อันนาเบลล์ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา “ขอบพระทัยฝ่าบาท”
อันนาเบลล์รู้ดีว่า หากอีกฝ่ายประมูลแข่งกับเธอต่อไป เธอไม่มีทางสู้เขาได้ น้ำใจครั้งนี้ ทั้งเธอและตระกูลของเธอต้องจดจำไว้
เสิ่นว่านจวินเห็นดังนั้นก็รีบเคาะค้อน “สองหมื่นสองพันล้าน ครั้งที่หนึ่ง!”
“สองหมื่นสองพันล้าน ครั้งที่สอง!”
“สองหมื่นสองพันล้าน ครั้งที่สาม!”
“ปัง!!!”
“ขอแสดงความยินดีกับเจ้าหญิงอันนาเบลล์ที่ประมูลยาคงโฉมเม็ดสุดท้ายไปได้!”
ในที่สุดยาคงโฉมทั้งห้าเม็ดก็มีเจ้าของ กษัตริย์ซัลมานได้ไปหนึ่งเม็ด ตระกูลฮั่วหนึ่งเม็ด กลุ่มทุนมิตซุยหนึ่งเม็ด อีวานอฟหนึ่งเม็ด และเจ้าหญิงอันนาเบลล์หนึ่งเม็ด
