แก้วเหล้าในมือเขาค้างอยู่กลางอากาศ ปากเผยอเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้าง จ้องยอดต้นไหวโบราณเบื้องหน้าเขม็ง
“เหล่าหลี่ เป็นอะไรไป? เห็นอะไรเข้า?” คนที่นั่งข้างเขาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงมองตามสายตาแล้วเงยหน้าขึ้น
จากนั้นเขาก็แข็งค้างไปด้วย
ต่อมาก็เป็นคนที่สาม คนที่สี่ คนที่ห้า...
ราวกับมีระลอกคลื่นไร้เสียงแผ่กระจายไปในหมู่ผู้คน ผู้คนยิ่งมายิ่งมากพากันเงยหน้ามองยอดต้นไหวโบราณ
ลานกว้างที่เคยครึกครื้นพลันเงียบกริบราวกับถูกกดปุ่มปิดเสียง
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังยอดต้นไหวโบราณต้นนั้น
พวกเขาเห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนใบไม้บาง ๆ ที่ยอดไม้ ร่างลอยละล่องเบาหวิว
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ชายเสื้อพลิ้วไหวเบา ๆ ไปตามลมกลางคืน
เขายืนอยู่บนใบไม้ใบนั้น ราวกับขนนกไร้น้ำหนัก
ตะเกียบของใครคนหนึ่งหล่นลงพื้น บางคนอ้าปากค้างอยู่นานจนหุบไม่ลง
ยังมีคนเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ราวกับได้เห็นภาพที่เหลือเชื่อ
แรงโน้มถ่วงล่ะ? ฟิสิกส์ล่ะ? แรงดึงดูดของโลกหายไปไหน?
เวลานี้ทุกคนต่างคิดในใจว่า ฝาโลงของนิวตันคงกดไม่อยู่แล้ว
คนคนหนึ่งยืนอยู่บนใบไม้เนี่ยนะ?
นี่มันบ้าอะไรกัน?
เรื่องนี้ขัดต่อกฎฟิสิกส์ ขัดต่อสามัญสำนึก และขัดต่อทุกสิ่งที่พวกเขาเข้าใจเกี่ยวกับโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง!
“เขา...ขึ้นไปยืนบนนั้นได้ยังไง?” แขกรับเชิญหนุ่มพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
