หม่าเจิ้นซานถึงกับพูดไม่ออก
“แม้มังกรกิเลนเพลิงจะตื่นแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ไล่โจมตีพวกเรา เพียงเฝ้าอยู่ข้างผลชาดเท่านั้น”
เจียงซานวิเคราะห์อย่างใจเย็น “แสดงว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของมันคือปกป้องผลชาด ไม่ใช่ไล่ล่าพวกเรา ขอแค่เราไม่เข้าใกล้ผลชาด มันก็จะยังไม่โจมตีเราในตอนนี้
ต้นผลชาดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมังกรกิเลนเพลิง มันต้องอาศัยผลชาดพันปีที่อยู่บนนั้นเพื่อเพิ่มพูนการบำเพ็ญเพียร...”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ลองนึกทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่เขาว่าจริง ๆ
หลังมังกรกิเลนเพลิงออกมา มันก็ฆ่าหม่าปียว พ่นเปลวเพลิงขับไล่ทุกคน แล้วกลับไปเฝ้าข้างผลชาด ไม่ได้มีท่าทีว่าจะไล่ตามพวกเขาไม่เลิก
ถ้าไม่ใช่เพราะหม่าปียวเจ้าคนโง่โลภมาก จู่ ๆ ก็ไปแตะผลชาดพันปี มังกรกิเลนเพลิงก็คงไม่ออกมา
“แล้วเราต้องรอถึงเมื่อไร?” จ้าวแว่นถาม
“รอจนถึงตอนที่ผลชาดสุก” แววตาของเจียงซานลึกล้ำขึ้น
เขากล่าวต่อ “ตอนผลชาดสุก มันจะปลดปล่อยพลังวิญญาณมหาศาลออกมา
มังกรกิเลนเพลิงย่อมดูดซับพลังวิญญาณเหล่านั้นเพื่อเพิ่มพูนการบำเพ็ญเพียรของมัน
ถึงตอนนั้น สมาธิของมันจะกระจัดกระจายที่สุด”
“แล้วจากนั้นล่ะ? ใครจะลงมือดึงความสนใจมัน?” หม่าเจิ้นซานถามย้ำ “เปลวเพลิงที่มังกรกิเลนเพลิงพ่นออกมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โดนเข้าไป ต่อให้ไม่ตายก็ต้องหนังถลอก แถมยังถูกพิษไฟเล่นงานอีก”
“ฉันเอง ฉันจะลงมือถ่วงมังกรกิเลนเพลิงไว้” เจียงซานกล่าวเสียงเรียบ “ฉันจะถ่วงมันไว้สักพัก พวกนายฉวยโอกาสนั้นไปเด็ดผลชาด เด็ดได้กี่ผลก็เอาเท่านั้น พอเด็ดเสร็จให้ถอยทันที อย่าฝืนสู้ต่อ”
