กู้เฉินซินวางถ้วยชาลง แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ
ซูหว่านฉิงฟังจบก็ชะงักไปทั้งตัว “สรุปว่า...เธอออกไปข้างนอกแค่แป๊บเดียว ไม่เพียงเด็ดผลชาดพันปีมาได้ 3 ผล แต่ยังเก็บมังกรกิเลนเพลิงมาเป็นสัตว์เลี้ยงอีกตัวด้วยเหรอ?”
“ประมาณนั้น” กู้เฉินซินตอบเสียงเรียบ
ซูหว่านฉิงเงียบไปหลายวินาที ก่อนถอนหายใจแผ่วเบา “คนเรานี่ช่างต่างกันเหลือเกิน ฉันออกไปข้างนอกอย่างมากก็แค่เดินห้างซื้อกระเป๋าสักใบ แต่เธอออกไปทีไรได้ทั้งสมบัติล้ำค่าจากฟ้าดิน แถมยังได้สัตว์เทพโบราณมาอีก...”
กู้เฉินซินมองเธอ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “พอเธอบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จ ก็ทำได้เหมือนกัน”
“จริงเหรอ?” ดวงตาซูหว่านฉิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ไม่จริง...”
รอยยิ้มของซูหว่านฉิงแข็งค้าง เธอนิ่งไปสองวินาทีกว่าจะรู้ตัวว่าถูกแกล้ง จึงคว้าหมอนอิงบนโซฟาปาใส่กู้เฉินซินอย่างโมโห
“กู้! เฉิน! ซิน!”
“ล้อเล่นน่ะ พอเธอบำเพ็ญเพียรถึงขั้นหนึ่ง ก็ทำได้จริง ๆ แต่ดูจากความคืบหน้าตอนนี้ของเธอ คงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปี”
กู้เฉินซินยกมือขึ้น รับหมอนอิงที่ลอยมาได้อย่างง่ายดาย
“หลายสิบปี?” ซูหว่านฉิงเบิกตากว้าง “เธอไม่ได้บอกเหรอว่ามีหินวิญญาณช่วยแล้วจะทำให้เร็วขึ้นได้?”
“เร็วขึ้นได้ก็จริง แต่การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่การกินข้าว จะกินคำเดียวให้อ้วนขึ้นมาเลยไม่ได้ ขั้นสร้างฐานเป็นจุดแบ่งสำคัญ ต้องค่อย ๆ สั่งสม จะรีบร้อนไม่ได้”
ซูหว่านฉิงได้ยินอย่างนั้น แม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ท้อแท้มากนัก
