จงหมิงหลานตะลึงงัน แม้นางจะคาดเดาว่าตนมีบุตรสาว แต่ก็เป็นเพียงความคิดที่แล่นเข้ามาในชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น
ถึงนางจะเชื่อมั่นว่า เมื่อถึงระดับของนางแล้ว ไม่อาจมีความคิดผุดขึ้นมาลอย ๆ ได้ หากไร้ซึ่งเหตุผล
ทว่าครั้นเหตุผลนั้น ความคิดที่อยู่ในห้วงคำนึง ปรากฏเป็นรูปธรรมเบื้องหน้านางจริง ๆ มันก็ยังสร้างแรงกระแทกมหาศาลให้กับนาง
“บุตรสาว……”
จงหมิงหลานยื่นมือสัมผัสแสงทอง ปลายนิ้วลอดทะลุผ่านแสงนั้น
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเพียงภาพฉาย นางไม่อาจลูบไล้ใบหน้าของเสิ่นชิงหลีได้จริง
กระนั้นก็มากพอจะเขย่าความคิดของนาง จนทั่วทั้งตำหนักหงส์อัคคีมีคลื่นเทพกระจายออกเล็กน้อย
ผู้บำเพ็ญขั้นเทวะและเซียนนับไม่ถ้วนต่างสะดุ้ง...
เมื่อถึงขั้นภูมิของพวกเขาแล้ว เป็นเรื่องยากยิ่งที่จะหวั่นไหวทางใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลักษณะที่ควบคุมไม่ได้และแผ่ซ่านออกมาภายนอกเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม——
สำหรับจงหมิงหลานแล้ว นี่คือความสะเทือนใจเกินกว่าจะจินตนาการ!
นางเป็นเทพเจ้าโบราณกาล อายุขัยยาวนานเทียมฟ้า ดำรงอยู่ชั่วกัปกัลป์
ในห้วงเวลาอันเนิ่นนานนั้น นางล้วนอยู่เพียงลำพัง มาบัดนี้——
กลับมีบุตรสาวร่วมสายเลือดเดียวกัน แม้จะเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่นางก็ยังยากจะเชื่อว่านางมีบุตรสาวจริง ๆ
“อยู่ที่แดนอายุวัฒนะจริงด้วย”
จงหมิงหลานรวบรวมอารมณ์ พลางยืนยันตำแหน่งของเสิ่นชิงหลี
“ฝ่าบาท”
กาทองคำสามขาบินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง
“แจ้งเทวโองการของข้า”
จงหมิงหลานลุกขึ้นย่างกาย กระโปรงชุดลำลองอันหรูหรายาวลากพื้นราวกับแผ่ทองคำไปทั่วทิศ
ประตูโถงเทพหลักของตำหนักหงส์อัคคีเปิดกว้าง แสงทองเจิดจ้าปกคลุมหลายร้อยลี้!
ทำให้ผู้ที่เพิ่งจะหวั่นไหวเพราะคลื่นเทพแผ่วเบาเมื่อครู่สงบนิ่งลงทันใด
