เสิ่นคว่อทำหน้าเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป คิ้วขมวดจนแทบหนีบยุงให้ตายได้ “ป่วยหรือไร”
“ท่านพ่อ ท่านแม่เคยพูดไว้...”
“หุบปากไปเสีย เจ้านึกหรือว่าพวกเราไม่รู้เรื่องที่มารดาเจ้าทำ?” เสิ่นชิงหลีจนใจจริง ๆ
ชาติก่อนชาตินี้ นางไม่เคยพบใครหน้าด้านและกลับดำเป็นขาวเก่งกว่าซูฉาฉาเลย...
จิ่วหลีตกตะลึง “มิน่าเจ้าถึงได้ชื่อว่า ‘ไร้หน้า’ สมญานามนี้ตั้งได้ดีจริง ใครเป็นคนตั้งให้?”
“พี่สาว ท่านพูดอะไรหรือ?” ฉินปี้เหลียนพูดพลางน้ำตาร่วง “ข้าไม่เข้าใจ”
“ไม่ต้องเสแสร้ง ที่นี่ไม่มีใครเห็นใจเจ้าอยู่แล้ว” เสิ่นชิงหลีไม่อยากพูดอ้อมค้อม “เจ้ากับมารดาต่างกลับชาติมาเกิดในแดนอายุวัฒนะ ความทรงจำในฐานะเทพย่อมถูกลบเลือนไป พวกเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าแผนการจะสำเร็จ?”
ทุกอย่างราบรื่นเกินไป
หากเป็นไปตามที่เกิดขึ้นในชาติก่อน
จ้าวเยว่ (ฉินซู่หนี่ว์) กับซูฉาฉา (ฉินปี้เหลียน) ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
แต่เรื่องนี้ไม่แปลกหรือ?
จ้าวเยว่รู้ได้อย่างไรว่าจงหมิงหลานจะให้กำเนิดบุตรสาว แล้วนางผนึกทิพยกระดูกของเสิ่นชิงหลีได้อย่างไร?
กล่าวได้ว่า ตั้งแต่วินาทีที่นางถือกำเนิด จ้าวเยว่ก็เตรียมการช่วงชิงเทวภาวะของนาง เพื่อมอบให้ซูฉาฉาแล้ว
แต่จ้าวเยว่ไม่ใช่ฉินซู่หนี่ว์ตัวจริง นางเป็นเพียงการกลับชาติมาเกิดของฉินซู่หนี่ว์เท่านั้น เรื่องนี้ยืนยันได้จากการที่เสิ่นชิงหลีสังหารจ้าวเยว่ได้
“ขะ...ข้าพูดอะไรหรือ พี่สาว? ข้าไม่รู้จริง ๆ” ฉินปี้เหลียนส่ายหน้าไม่หยุด น้ำตาไหลอาบใบหน้าเหี่ยวย่น นางยังพยายามทำให้เสิ่นคว่อใจอ่อน “ท่านพ่อ...”
“ฆ่านางเสีย” เสิ่นคว่ออดทนไม่ไหวแล้ว
เสิ่นชิงหลีกลับถามว่า “ยังจำได้หรือไม่ว่าข้าถอนกระดูกเจ้าอย่างไร?”
