แปดโมงเช้า แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง
เจียงอู๋โยวเปิดประตูห้องนอนเดินออกมา ผมดำขลับถักเป็นเปียข้าง ผูกริบบิ้นสีชมพูปล่อยลงมาคลอไหล่
มีเสียงดังมาจากในครัว เสิ่นฉางเกิงกำลังยืนทอดไข่อยู่ข้างเตา กลิ่นหอมของไข่ลอยอบอวลไปทั่ว
“ตื่นแล้วเหรอ” เสิ่นฉางเกิงหันมามองเธอแวบหนึ่ง พลางใช้ตะหลิวพลิกไข่ในกระทะ
“คืนนี้ฉันกลับมากินข้าวไม่ได้ คุณจะกลับไปกินที่บ้านตระกูลสวี หรือไปกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารของรัฐ?”
เจียงอู๋โยวเดินไปข้างโต๊ะอาหาร เอื้อมมือหยิบซาลาเปาอุ่น ๆ ลูกหนึ่งขึ้นมากัด แก้มป่องตุ่ยขณะถาม “บ่ายนี้คุณจะไปไหนเหรอ?”
เสิ่นฉางเกิงตักไข่ที่ทอดเสร็จใส่จาน ยกไปวางบนโต๊ะ ก่อนหันกลับไปเช็ดคราบน้ำมันในครัว
“ช่วงนี้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากมณฑลเยว่ขายดีมาก พี่เฮยได้ชิ้นส่วนใหม่มาล็อตหนึ่ง เลยให้พวกเราช่วยกันเร่งประกอบ ดูว่าจะส่งโทรทัศน์กับวิทยุพวกนี้ไปขายที่นั่น เพื่อแบ่งส่วนแบ่งตลาดได้ไหม”
เจียงอู๋โยวราดซีอิ๊วลงบนไข่เล็กน้อยแล้วกัดไปคำหนึ่ง
“มณฑลเยว่ฉันรู้จักนะ ที่นั่นไม่ใช่แหล่งขายเสื้อผ้าเป็นหลักเหรอ?”
เสิ่นฉางเกิงจัดการในครัวเสร็จ ใช้ผ้าเช็ดมือแล้วเดินมานั่งข้างโต๊ะ หยิบซาลาเปาขึ้นมาลูกหนึ่ง ก่อนอธิบายช้า ๆ ว่า “ธุรกิจเสื้อผ้าที่นั่นคึกคัก ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เศรษฐกิจพัฒนา ยิ่งนิยมเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงแบบนี้”
“ลองคิดดูสิ ถ้าในสำนักงานมีโทรทัศน์ตั้งอยู่สักเครื่อง เวลาคุยธุรกิจก็ดูมีหน้ามีตาขึ้นเยอะเลยใช่ไหม?”
เจียงอู๋โยวถือซาลาเปาไว้ พลางครุ่นคิด “เข้าใจแล้ว! พวกเขาแค่อยากให้ดูมีหน้ามีตา ของใหม่เอี่ยมหรือเปล่าไม่สำคัญ”
