สิ้นเสียงพูด เธอก็เงยหน้ามองเสิ่นฉางเกิง แววตาเจือความกระวนกระวาย ในใจยังคาดเดาไม่ออกว่าเขาจะคิดอย่างไร
ถึงอย่างไร ในยุคนี้ งานประจำในโรงงานรัฐก็เป็นหลักประกันมั่นคงที่ใครหลายคนแทบแย่งกันจนหัวแทบแตก แต่ก็ยังไม่ได้มาครอบครอง
หากพูดว่าจะขายงานที่มั่นคงและมีหน้ามีตาเช่นนี้ คนอื่นฟังแล้วคงคิดว่าความคิดนี้ชวนตะลึงจนเกินไป และอดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซ่ด
การลาออกหมายถึงการไม่มีเงินเดือนที่แน่นอน ไม่มีคูปองต่าง ๆ ที่ได้รับเป็นประจำ รายได้ในวันข้างหน้าจะต้องฝากไว้กับค่าต้นฉบับทั้งหมด อนาคตยังไม่แน่นอน เธอเองก็ไม่มั่นใจเต็มร้อย
เสิ่นฉางเกิงมองท่าทางลังเลกระวนกระวายของเธอ ไม่ได้ถามทันทีว่าทำไม เพียงนั่งฟังเงียบ ๆ จนเธอพูดสิ่งที่อยู่ในใจจนจบ
“ฉันรู้ว่าความคิดนี้ฟังดูเหลวไหลมาก งานประจำในโรงงานรัฐเป็นงานที่ใครหลายคนใฝ่หา แต่ฉันกลับอยากทิ้งมันไป ถ้าเป็นใครก็คงคิดว่าฉันบ้า”
“แต่ตอนนี้ฉันรับเงินเดือนประจำจากโรงงานฝ้ายทุกเดือน แทบไม่มีโอกาสก้าวหน้าเลย ฉันก็ทำงานในสำนักงาน ไม่มีประสบการณ์ด้านเทคนิคจากสายการผลิต ถ้าอยากเลื่อนขั้น ก็มีแต่ต้องรอสะสมอายุงาน รอให้คนที่อยู่ข้างบนแก่จนลงจากตำแหน่งไปก่อน ฉันถึงจะมีโอกาสขึ้นไปแทนที่พวกเขา”
แววตาเจียงอู๋โยวฉายความหม่นหมองขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอถอนหายใจ “งานนี้ฉันมองปราดเดียวก็เห็นปลายทางแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกบที่ติดอยู่ในหม้อต้มน้ำอุ่น ถูกขังอยู่ในกรอบของโรงงานฝ้ายแห่งนี้ แม้จะมั่นคง ไม่ต้องเผชิญลมฝน แต่ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกยุคสมัยทอดทิ้งไปทีละน้อย”
เธอเงยหน้ามองเสิ่นฉางเกิง แววตากลับมาสว่างไสวอีกครั้ง “ตอนนี้ประเทศกำลังเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ โอกาสใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ฉันอยากตามกระแสนี้ให้ทัน ไม่อยากถูกขังอยู่ในสำนักงานเล็ก ๆ แห่งนี้ไปตลอดชีวิต ทำเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน”
