หลังออกจากบ้านใหม่ ทั้งสองก็แยกกันตรงปากตรอก
เสิ่นฉางเกิงต้องรีบกลับโรงงานไปจัดการงานที่ค้างจากเมื่อวาน ส่วนเจียงอู๋โยวเดินกลับบ้านเพียงลำพัง
เมื่อเดินเข้าไปในตรอก เจ้าของร้านขายของชำที่อยู่หลังเคาน์เตอร์เห็นเธอเข้าพอดี จึงรีบตะโกนเรียก
“เสี่ยวเจียง! รอก่อน มีของมาส่งให้เธอ!”
เจียงอู๋โยวหยุดเดินด้วยความประหลาดใจ ยังไม่ถึงสิ้นเดือนเลย ทำไมจดหมายถึงมาถึงแล้วล่ะ?
เจ้าของร้านก้มลงหยิบห่อของขนาดใหญ่พองตุงจากใต้เคาน์เตอร์ กระดาษสีน้ำตาลห่อไว้หนาหลายชั้น เชือกมัดแน่นหนา ดูแล้วหนักไม่น้อย
“บุรุษไปรษณีย์บอกว่าเป็นพัสดุของเธอ ห่อใหญ่หนักอึ้งเชียว”
เจียงอู๋โยวรีบเอ่ยขอบคุณ ก่อนยื่นมือไปรับ ห่อกระดาษสีน้ำตาลกดท่อนแขนของเธอจนหย่อนลง
ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย ปกติเธอแค่แอบเขียนต้นฉบับส่งให้สำนักพิมพ์ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับพัสดุห่อใหญ่ขนาดนี้
เธอซื้อน้ำอัดลมสองขวดจากร้านเพื่อเป็นการขอบคุณเจ้าของร้าน จากนั้นก็อุ้มห่อจดหมายใบใหญ่เดินกลับตระกูลสวีอย่างรวดเร็ว
กลับถึงห้องเล็กของตัวเอง เธอปิดประตูให้เรียบร้อย วางพัสดุลงบนโต๊ะ แล้วแก้เชือกป่านที่มัดไว้ออก ก่อนค่อย ๆ คลี่กระดาษสีน้ำตาลทีละชั้น
จดหมายกองใหญ่พลันแผ่กระจายเต็มโต๊ะ มีซองจดหมายหลากหลายขนาดและรูปแบบ
บนสุดเป็นซองจดหมายจากกองบรรณาธิการ ซึ่งบรรณาธิการของเธอเขียนมาถึงเธอ
เจียงอู๋โยวเปิดจดหมายออก บรรณาธิการเสวี่ยฮวาเขียนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น บอกเธอว่าเรื่องที่ลงเป็นตอน ๆ ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
หลังอ่านเรื่องจบ ผู้อ่านมากมายยังรู้สึกติดใจ ต่างพากันเขียนจดหมายส่งไปที่สำนักพิมพ์เพื่อถามถึงเนื้อเรื่องตอนต่อไป เล่าความรู้สึกของตัวเอง และหลายคนก็เขียนมาเสียหลายหน้า
