เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนเจียงอู๋โยวออกจากบ้าน เธอยังไม่ทันเดินพ้นลาน ก็เห็นเย่พ่านเดินวนไปวนมาอยู่ตรงประตูรั้ว
พอได้ยินเสียงฝีเท้า เย่พ่านก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นเธอ อีกฝ่ายก็จ้องมองด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
เย่พ่านกอดอกพิงลำต้นไม้ “โอ้โฮ ในที่สุดก็ออกมาแล้วเหรอ? ฉันนึกว่าวันนี้เธอไม่กล้าออกจากบ้านเสียอีก”
“เมื่อคืนแม่ฉันกลับบ้านมาเล่าว่า สองเจ้าประจำที่ขึ้นชื่อว่าไปดูตัวเท่าไรก็ไม่สำเร็จบนถนนฝูหนิงดันถูกใจกันเข้า ทั้งถนนรู้กันหมดแล้ว ฉันได้ยินแล้วยังอึ้งไปแวบหนึ่ง นึกสงสัยว่าคนเก่งคู่ไหนกัน ที่ไหนได้ พอถามดูถึงรู้ว่าเป็นพวกเธอสองคนนี่เอง”
เจียงอู๋โยวยืนห่างจากเธอไปสองก้าว รู้สึกผิดจนไม่กล้าเดินเข้าไปหา
เมื่อคืนเธอก็คิดไว้แล้วว่าเย่พ่านต้องมาดักรอวันนี้แน่ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ กลับยังรู้สึกกระดากใจ ไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี
เย่พ่านมองออกว่าเจียงอู๋โยวมีสีหน้ารู้สึกผิด จึงขยับเข้าไปใกล้ “เธอไม่คิดจะบอกฉันล่วงหน้าสักหน่อยเลยเหรอ?”
“เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร? วันที่ฉันช่วยจับคู่ให้พวกเธอ พวกเธอเพิ่งรู้จักกันไม่ใช่เหรอ?”
เจียงอู๋โยวก้าวออกจากประตูรั้วเมื่อได้ยินคำถาม เย่พ่านยืดตัวขึ้นแล้วเดินตามข้างกาย ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามถนนอย่างช้า ๆ
เจียงอู๋โยวเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง “จริง ๆ แล้ว วันนั้นเป็นครั้งที่สองที่เราเจอกัน ครั้งแรกคือวันที่ไปดูตัวนั่นแหละ”
เย่พ่านหันมามองเธออย่างตกตะลึง “เธอกับเสิ่นฉางเกิงไปดูตัวด้วยกันเหรอ?”
เจียงอู๋โยวรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ ๆ เราต่างคนต่างไปดูตัว นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ กัน”
เย่พ่านใช้ข้อศอกสะกิดแขนเจียงอู๋โยวเบา ๆ น้ำเสียงทั้งงอนทั้งขำ “ที่แท้ฉันก็วิ่งไปเป็นแม่สื่อให้พวกเธออย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ทั้งที่พวกเธอเคยเจอกันมาก่อนแล้วเหรอ?”
