เจียงอู๋โยวได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็เผยความยินดีขึ้นมาหลายส่วน “พี่รองจะกลับมาแล้วเหรอ?”
“ไม่ได้เจอเขามาหลายปีแล้ว ฉันคิดถึงเขาเหมือนกัน พี่สะใภ้รองกับหลานสาวตัวน้อยก็ยังไม่เคยเจอเลยด้วย”
เถาหว่านชิงพยักหน้าตาม “นั่นสิ เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปหลายปีแล้ว ในที่สุดครอบครัวของพวกเขาก็รอจนถึงวันที่มีนโยบายให้กลับเข้าเมือง”
สวีเจี้ยนหัวถือแก้วเหล้า จิบไปอึกหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ในที่สุดก็ผ่านพ้นช่วงลำบากมาได้ หลายปีที่ต้องลำบากอยู่ชนบท ก็นับว่าความทุกข์ผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้คงมีแต่เรื่องดี ๆ”
“มะรืนก็ถึงบ้านแล้ว ถึงตอนนั้นครอบครัวเราก็จะได้อยู่พร้อมหน้ากัน”
เสิ่นฉางเกิงมองเจียงอู๋โยว “ถ้าอย่างนั้นมะรืนพวกเรามาให้เช้าหน่อย จะได้เจอพี่รอง พี่สะใภ้รอง แล้วก็หลานสาวตัวน้อยด้วย”
ดวงตาของเจียงอู๋โยวเต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอพยักหน้ารัว ๆ “ดีเลย หลายปีมานี้ฉันได้ยินพี่รองพูดถึงพี่สะใภ้รองกับหลานสาวตัวน้อยแค่ในจดหมาย ยังไม่รู้เลยว่าพวกเธอหน้าตาเป็นยังไง”
หลี่ซิ่วฉินแอบบ่นในใจ หน้าตาเป็นยังไงน่ะหรือ? ก็หน้าตาคนชนบทนั่นแหละ
ทำงานกลางแดดกลางลม หันหลังให้ดิน หันหน้าเข้าหาฟ้า โดนแดดโดนลมทุกวัน รับรองว่าทั้งดำทั้งผอม แถมเนื้อตัวอาจจะมีกลิ่นดินติดมาด้วยก็ได้
พอคิดว่าหลังบ้านรองกลับเข้าเมืองแล้ว ยังต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านนี้ชั่วคราวอีกระยะหนึ่ง เธอก็ยิ่งรู้สึกขัดใจ
เดิมทีบ้านก็ไม่ได้กว้างขวางอยู่แล้ว ถ้ามีคนมาเบียดกันเพิ่มอีกหลายคน กินอยู่ขับถ่ายก็ต้องเบียดเสียดกันไปหมด แถมนิสัยการใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่เข้ากัน แค่คิดก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัวแล้ว
