เสิ่นฉางเกิงยืนอยู่ข้าง ๆ รอจนพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายทักทายกันเสร็จแล้ว จึงเอื้อมมือดึงเก้าอี้ข้างตัวออกเบา ๆ
“คุณน้าเถา นั่งตรงนี้เถอะครับ ตรงหน้าต่างแสงดี แถมยังกว้างด้วย” เขาขยับเก้าอี้ออกมาอีกนิด รอจนเถาหว่านชิงเดินเข้ามาใกล้จึงปล่อยมือ จากนั้นก็เลื่อนถ้วยจานบนโต๊ะไปทางเธอ เปิดที่ว่างไว้ให้วางกระเป๋า
เขาดึงเก้าอี้อีกตัวให้สวีเจี้ยนหัว “ลุงสวี เชิญนั่งข้างคุณพ่อผมครับ พวกคุณสองคนจะสูบบุหรี่หรือดื่มชาก็สะดวก”
จากนั้นเขาก็ดึงเก้าอี้ข้างตัวออก แล้วส่งสัญญาณให้เจียงอู๋โยวนั่งลง
เสิ่นฉางเกิงรอจนพี่สวีและพี่สะใภ้สวีนั่งเรียบร้อยแล้ว จึงอ้อมกลับไปนั่งที่ของตัวเอง พอนั่งลงก็เลื่อนจานซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานบนโต๊ะหมุนไปตรงหน้าเจียงอู๋โยว
ทุกคำพูดและการกระทำเปี่ยมด้วยมารยาท วาจาสุภาพ กิริยาท่าทางเรียบร้อยไร้ที่ติ ทุกรายละเอียดล้วนไม่มีจุดให้ตำหนิแม้แต่น้อย
พ่อเสิ่นกับแม่เสิ่นนั่งมองภาพนั้นอยู่ข้าง ๆ เห็นทุกอย่างเต็มตา ทั้งคู่ต่างนิ่งงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
แม่เสิ่นเผลอเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ในใจอดพึมพำไม่ได้ว่า นี่เป็นไอ้ตัวแสบที่บ้านของเธอจริง ๆ หรือ?
พ่อเสิ่นมองเสิ่นฉางเกิงด้วยความประหลาดใจ ลูกชายคนรองของเขาในยามนี้ดูแลแขกได้เรียบร้อย ไม่เหลือเค้าความใจร้อนอย่างที่เคยเป็นเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองแอบสบตากัน แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ต่างมีคำถามเดียวกันผุดขึ้นมาในใจ นี่ใช่เด็กหนุ่มที่พวกเขาเลี้ยงดูมาจริง ๆ หรือ?
หลังจากเถาหว่านชิงนั่งลง เธอก็ยกมือจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตากวาดมองอาหารเต็มโต๊ะ แววตาแฝงความพึงพอใจ
อาหารบนโต๊ะมีให้เลือกละลานตา เห็นได้ชัดว่าตระกูลเสิ่นตั้งใจต้อนรับอย่างเต็มที่
