เสิ่นฉางเกิงยกมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนจะเผยรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยน
“ผมกับอู๋โยวขอเชิญเพื่อนบ้านทุกท่านมาร่วมดื่มเหล้ามงคลด้วยกัน ถึงตอนนั้นอย่าลืมแวะมานะครับ”
เพื่อนบ้านมองเขาที่รีบร้อนมาถึงทั้งเหงื่อท่วมศีรษะ แถมยังเชื้อเชิญพวกตนมาดื่มเหล้ามงคลอย่างกระตือรือร้น หลายคนจึงรู้สึกกระดากใจขึ้นมา
ในหมู่พวกเขามีไม่น้อยที่ลับหลังชอบซุบซิบนินทา พูดถึงเรื่องของสองสามีภรรยาคู่นี้ไว้ไม่น้อย
บัดนี้เมื่อได้เห็นเจ้าตัวกับตา ทั้งที่เหงื่อท่วมศีรษะก็ยังไม่ลืมมารยาท ทั้งยังเป็นฝ่ายทักทายพวกเขาก่อน ทุกคนจึงมีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง
ป้าสองสามคนยิ้มเจื่อน ๆ แล้วพูดว่า “ยินดีกับพวกเธอสองคนด้วยนะ ขอให้ชีวิตคู่รุ่งเรืองมีความสุข”
“ดีเลย ๆ พ่อหนุ่มหน้าตาดีมีสง่ามาก! เหมาะสมกับอู๋โยวราวกับกิ่งทองใบหยก”
“ยินดีด้วย ๆ ถึงตอนนั้นพวกเราต้องไปดื่มเหล้ามงคลสักแก้ว รับความเป็นสิริมงคลจากพวกเธอสองคนด้วยนะ!”
ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีจากเพื่อนบ้าน เสิ่นฉางเกิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน “ขอบคุณทุกท่านสำหรับคำอวยพรครับ”
เจียงอู๋โยวยืนอยู่ข้างเขา พลอยเอ่ยขึ้นตาม “ขอบคุณทุกคนค่ะ”
หลังจากพูดคุยทักทายกันอีกสองสามคำ เพื่อนบ้านที่มามุงดูก็ค่อย ๆ แยกย้ายกันไป ในที่สุดบ้านตระกูลสวีก็กลับมาเงียบสงบ
เสิ่นฉางเกิงหันมามองใบหน้าของเจียงอู๋โยว แววตาเปี่ยมความห่วงใย “เมื่อกี้ตกใจมากใช่ไหม”
เจียงอู๋โยวส่ายหน้า “จะเรียกว่าตกใจก็ไม่เชิง แค่รู้สึกขยะแขยงแม่ลูกคู่นั้นล้วน ๆ”
เถาหว่านชิงได้ยินอยู่ข้าง ๆ จึงถอนหายใจแล้วเดินเข้ามา “หลังจากเรื่องวันนี้ โจวเฉียงคงถอดใจ ไม่มาหาเรื่องอีกแล้วล่ะ ฉันว่าเขาคงต้องไปทำงานที่ชนบทอีกนานเลย”
