เจียงอู๋โยวชะงักไป เดิมทีเธอแค่พูดหยอกเล่นส่ง ๆ แต่เขากลับตอบมาแบบนี้
สามีร้อง ภรรยาคล้อยตามหรือ?
เจียงอู๋โยวจงใจลากเสียงถามต่อว่า
“คอยดูต้นทางเหรอ? แล้วต่อจากนั้นล่ะ หรือแม้แต่เรื่องทำลายหลักฐาน คุณก็จะรับเหมาไปทำเองหมด?”
เสิ่นฉางเกิงถอนหายใจ ทำท่าทางประหนึ่งผู้เสียสละเพื่อความถูกต้อง
“ก็ต้องเป็นอย่างนั้นสิ ใครใช้ให้ผมแต่งงานกับคุณล่ะ คุณแรงน้อย งานใช้แรงก็ต้องเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว”
ได้ยินคำพูดนี้แล้ว เจียงอู๋โยวทั้งโมโหทั้งขำ ยื่นมือไปหยิกแขนเขาเบา ๆ ทีหนึ่ง
“คุณนี่นะ ต่อให้เป็นเหตุผลพิลึกแค่ไหนก็พูดได้อย่างหน้าตาเฉย”
เสิ่นฉางเกิงหดแขนกลับเล็กน้อย ใช้ฝ่ามือแตะตรงบริเวณที่เธอเพิ่งหยิกอย่างแผ่วเบา สีหน้าฉายแววอดกลั้นความเจ็บปวดอยู่หลายส่วน ดูราวกับถูกหยิกจนเจ็บจริง ๆ
เจียงอู๋โยวเหลือบมองเขา
“เสแสร้งต่อไปเลย ตัวคุณแข็งขนาดนี้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแค่แรงเท่านี้จะทำให้เจ็บได้ถึงขนาดนั้น”
เสิ่นฉางเกิงยังคงเอามือแตะแขนไว้เบา ๆ ท่าทางนั้นดูราวกับเจ็บเพราะถูกหยิกจริง ๆ
เจียงอู๋โยวอดกังวลขึ้นมาไม่ได้ หรือเมื่อครู่เธอเผลอออกแรงมากไปจนทำเขาเจ็บจริง ๆ?
เธอรีบลุกขึ้น ขยับไปนั่งข้างเขาอย่างระมัดระวัง แล้วค่อย ๆ เปิดแขนเสื้อของเขา
ผิวบริเวณท่อนแขนสะอาดเกลี้ยง ตรงที่เธอหยิกเมื่อครู่ไม่มีแม้แต่รอยแดงจาง ๆ แล้วจะมีร่องรอยบาดเจ็บตรงไหนกัน
เห็นชัด ๆ ว่าเป็นแผนเรียกความสงสาร!
เจียงอู๋โยวโมโหจนเงยหน้าพรวด สบเข้ากับแววตายิ้ม ๆ ของเขาพอดี
เสิ่นฉางเกิงจ้องเธอไม่วางตา เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่แรกก็รอดูท่าทางลนลานเป็นห่วงของเธออยู่แล้ว
