เฉาเจิ้งเต๋อลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเสิ่นฉางเกิง
“ฉางเกิง ขอถามอะไรหน่อย นายปฏิเสธงานที่ทำเงินได้ดีของพี่เฮยจริง ๆ เหรอ?”
ภายในห้องพลันเงียบลง หลี่ว์เจิ้งกับเหล่าชุยต่างหันไปมองเขา แม้จะรู้ว่าเขาต้องมีเหตุผลที่ทำเช่นนั้น แต่อย่างไรก็อยากรู้ว่าทำไม
“ใช่ ฉันปฏิเสธไปแล้ว”
เฉาเจิ้งเต๋อขมวดคิ้ว “แต่จูคุนบอกว่า ถ้าทำงานนี้สำเร็จ พวกเราจะได้เงินไม่น้อย แถมยังได้เงินมากกว่าและสบายกว่าทำงานที่นี่ตอนกลางคืนเสียอีก”
เสิ่นฉางเกิงไม่อยากให้พี่น้องผิดใจกัน จึงอธิบายข้อดีข้อเสียให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
“งานที่พี่เฮยแนะนำคือดัดแปลงรถจักรยานยนต์ ลูกค้าอยากเพิ่มความเร็วเพื่อความตื่นเต้น เงินที่ได้ดูเหมือนจะเยอะก็จริง แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่นอน”
“ที่ฉันไม่พูดกับพวกนาย ไม่ใช่เพราะคิดจะเก็บโอกาสร่ำรวยไว้คนเดียว แต่ไม่อยากลากทุกคนไปตกหลุมพราง”
“พี่เฮยคิดจะดัดแปลงรถแบบผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตถูกต้อง ตอนนี้กฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจน เรื่องนี้ผิดกฎหมาย ถ้าเกิดเรื่องขึ้น อย่างเบาที่สุดก็แค่ไม่มีใครเสียชีวิต แต่ตำรวจกับผู้ผลิตรถต้องตามเอาเรื่องจนถึงที่สุดแน่”
“ส่วนกรณีที่เลวร้ายที่สุด...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สายตากวาดมองเฉาเจิ้งเต๋อ หลี่ว์เจิ้ง และเหล่าชุย
“พี่เฮยกับจูคุนตั้งใจจะหาเงินก้อนโตในเวลาอันสั้น ฉันห้ามพวกเขาไม่ได้ แต่ไม่อยากให้พวกนายเดินไปบนเส้นทางนี้ด้วย”
ไขควงในมือหลี่ว์เจิ้งหล่นลงพื้นดังแกร๊ก ใบหน้าซีดลงไปหลายส่วน
