บทที่ 8 เจ้าตัวน้อย: แม่ ผู้ชายที่หน้าตาเหมือนผมคนนั้นคือพ่อหรือเปล่า?
กระบะรถปูผ้าใบของกองทัพไว้ชั้นหนึ่ง ทหารหญิงช่วยประคองกึ่งโอบถูซานเหยาไปนั่งพักตรงมุมรถ
ผู้บาดเจ็บบนเปลหามอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง มีทหารสองนายคอยเฝ้า
เสี่ยวเป่าปีนขึ้นกระบะรถเองอย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องให้ใครช่วยเลย
พอนั่งลงได้ เขาก็หยิบแผ่นแป้งข้าวโพดครึ่งชิ้นที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋า แล้วยื่นให้แม่
“แม่ กินอะไรสักหน่อยรองท้องนะ”
ถูซานเหยาหลับตา ไม่รับมา
“แม่ไม่หิว”
“โกหก ตั้งแต่เมื่อคืนแม่ยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“มันแข็งเกินไป”
เสี่ยวเป่าเม้มปาก แล้วเอาแผ่นแป้งกลับใส่กระเป๋า
เขาขยับเข้าไปใกล้หูแม่ กดเสียงลงต่ำจนมีเพียงแม่ลูกเท่านั้นที่ได้ยิน
“แม่อดทนอีกหน่อยนะ ใกล้ถึงแล้ว”
ถูซานเหยาไม่ลืมตา เพียงยกมือขึ้นลูบศีรษะเขาเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร
เรื่องเมื่อห้าปีก่อน เธอนึกไม่ออกเลยสักนิด
ตอนตั้งครรภ์ เธอยังคิดเสียด้วยซ้ำว่าอวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บจากศึกกับเถาเที่ย จึงเกิดเรื่องเข้าใจผิดขึ้น
ต่อมาเมื่อท้องโตขึ้นทุกวัน เฟิ่งชีกับหลงเจิง สองเจ้าทึ่มคอยวนเวียนอยู่รอบตัวเธอถึงสามวัน สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า
“เหยาเหยา เธอ...ท้องแล้ว”
“ท้องอะไร?”
“มีลูกแล้วน่ะสิ”
ตลอดชีวิตพันปีของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ถึงกับนิ่งอึ้งไปทันที
เผ่าจิ้งจอกเก้าหางเหลือเธออยู่เพียงคนเดียว
เธอไม่ควรเก็บเด็กคนนี้ไว้
ตัวเธอเองก็ใกล้ตายเต็มที พลังวิญญาณเหือดแห้งจนแม้แต่หางสักหางยังรวมตัวเป็นรูปร่างไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรมาเลี้ยงลูก?
แต่เธอตัดใจไม่ลง
สายเลือดตระกูลถูซานต้องมีคนสืบทอด
ถึงจะไม่รู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใครก็ตาม
ตลอดสิบเดือนที่ตั้งครรภ์ เธอป้อนพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้ทารกในครรภ์
วันคลอด ม่านพลังกั้นทั้งผืนสั่นสะเทือน เฟิ่งชี หลงเจิง และเหล่าภูตทั้งหมดล้อมวงอยู่รอบ ๆ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
